Javascript must be enabled to continue!
การแปรทางสังคมของพยัญชนะควบกล้ำ (kw) และ (khw) ในภาษาไทยถิ่น ตำบลบ้านแพรก อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
View through CrossRef
การไม่ออกเสียงควบกล้ำ ซึ่งเป็นการออกเสียงแบบไม่มาตรฐาน เป็นปรากฏการณ์ที่พบในหลายภาษา รวมทั้งในภาษาไทยด้วย ดังจะเห็นได้ในงานวิจัยของเลสลี บีบี (Beebe, 1974) ซึ่งพบว่าปัจจัยทางสังคมมีอิทธิพลต่อการออกเสียงควบกล้ำ ร ล ว ในภาษาไทยกรุงเทพ ในภาษาไทยถิ่นภาคกลางบางภาษาก็มีการไม่ออกเสียงพยัญชนะ /¬w/ ใน /kw/ และ /khw/ เช่น ออกเสียง กวาด เป็น “ฝาด” ความ เป็น “ฟาม” ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาการแปรของพยัญชนะควบกล้ำ (kw) และ (khw) ในภาษาไทยถิ่นอยุธยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์รูปแปรของพยัญชนะควบกล้ำ (kw) และ (khw) ในภาษาไทยที่พูดในชุมชนตำบลบ้านแพรก อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างรูปแปรของตัวแปรทางภาษาดังกล่าว กับตัวแปรทางสังคมได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา และ วัจนลีลา ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้จากการสัมภาษณ์ผู้บอกภาษาจำนวน 60 คน เพศหญิง 30 คนและเพศชาย 30 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ อายุ 10-20 ปี อายุ 30-40 ปี และอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มละ 20 คน การศึกษาแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ปริญญาตรีขึ้นไป มัธยมศึกษา และประถมศึกษา กลุ่มละ 20 คน ส่วนวัจนลีลาแบ่งเป็น 3 ระดับตามความเป็นทางการน้อยไปหามาก คือ การสัมภาษณ์ การอ่านบทความ และการอ่านรายการคำผลการวิเคราะห์ แสดงให้เห็นว่าตัวแปร (kw) มี 4 รูปแปร คือ รูปแปรมาตรฐาน [kw] กับรูปแปรไม่มาตรฐาน [k] [f] และ [khw] ส่วนตัวแปร (khw) มี 3 รูปแปร คือ รูปแปรมาตรฐาน [khw] กับรูปแปรไม่มาตรฐาน [kw] และ [f] รูปแปรของ (kw) และ (khw) ที่ปรากฏมากที่สุด คือ รูปแปรมาตรฐาน [kw] และ [khw] เมื่อนำตัวแปรทางสังคมมาพิจารณา โดยภาพรวมพบว่าการแปรของพยัญชนะควบกล้ำ (kw) และ (khw) มีความสัมพันธ์กับตัวแปรเพศ อายุ การศึกษา และวัจนลีลาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และพบประเด็นที่น่าสนใจ คือ มีการใช้รูปแปรมาตรฐานในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ซึ่งเป็นข้อค้นพบที่ตรงข้ามกับสมมติฐาน เมื่อพิจารณาตัวแปรทางสังคมแต่ละตัวแปรโดยควบคุมตัวแปรอื่น พบว่า ตัวแปร (kw) ไม่ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางสังคมเลย ยกเว้นการศึกษาที่ทำให้ผู้หญิงที่มีการศึกษาออกเสียงมาตรฐาน [kw] มากกว่าผู้หญิงที่ไม่มีการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนตัวแปร (khw) พบว่าปัจจัยทางสังคมมีผลกระทบต่อการออกเสียงมาตรฐาน [khw] ของทุกกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ยกเว้นการออกเสียงของกลุ่มเพศชายที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากอายุและการศึกษา ผลการวิจัยแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ของเสียงพยัญชนะ /kw/ และ /khw/ สรุปได้ว่าผู้พูดภาษาไทยถิ่นอยุธยานิยมใช้รูปแปรมาตรฐาน [kw] และ [khw] อย่างเด่นชัด และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บอกภาษาที่มีอายุน้อย และในกลุ่มที่มีการศึกษาสูง จึงอาจทำนายได้ว่ารูปแปรไม่มาตรฐานอาจหมดไปในอนาคต
Title: การแปรทางสังคมของพยัญชนะควบกล้ำ (kw) และ (khw) ในภาษาไทยถิ่น ตำบลบ้านแพรก อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
Description:
การไม่ออกเสียงควบกล้ำ ซึ่งเป็นการออกเสียงแบบไม่มาตรฐาน เป็นปรากฏการณ์ที่พบในหลายภาษา รวมทั้งในภาษาไทยด้วย ดังจะเห็นได้ในงานวิจัยของเลสลี บีบี (Beebe, 1974) ซึ่งพบว่าปัจจัยทางสังคมมีอิทธิพลต่อการออกเสียงควบกล้ำ ร ล ว ในภาษาไทยกรุงเทพ ในภาษาไทยถิ่นภาคกลางบางภาษาก็มีการไม่ออกเสียงพยัญชนะ /¬w/ ใน /kw/ และ /khw/ เช่น ออกเสียง กวาด เป็น “ฝาด” ความ เป็น “ฟาม” ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาการแปรของพยัญชนะควบกล้ำ (kw) และ (khw) ในภาษาไทยถิ่นอยุธยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์รูปแปรของพยัญชนะควบกล้ำ (kw) และ (khw) ในภาษาไทยที่พูดในชุมชนตำบลบ้านแพรก อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างรูปแปรของตัวแปรทางภาษาดังกล่าว กับตัวแปรทางสังคมได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา และ วัจนลีลา ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้จากการสัมภาษณ์ผู้บอกภาษาจำนวน 60 คน เพศหญิง 30 คนและเพศชาย 30 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ อายุ 10-20 ปี อายุ 30-40 ปี และอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มละ 20 คน การศึกษาแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ปริญญาตรีขึ้นไป มัธยมศึกษา และประถมศึกษา กลุ่มละ 20 คน ส่วนวัจนลีลาแบ่งเป็น 3 ระดับตามความเป็นทางการน้อยไปหามาก คือ การสัมภาษณ์ การอ่านบทความ และการอ่านรายการคำผลการวิเคราะห์ แสดงให้เห็นว่าตัวแปร (kw) มี 4 รูปแปร คือ รูปแปรมาตรฐาน [kw] กับรูปแปรไม่มาตรฐาน [k] [f] และ [khw] ส่วนตัวแปร (khw) มี 3 รูปแปร คือ รูปแปรมาตรฐาน [khw] กับรูปแปรไม่มาตรฐาน [kw] และ [f] รูปแปรของ (kw) และ (khw) ที่ปรากฏมากที่สุด คือ รูปแปรมาตรฐาน [kw] และ [khw] เมื่อนำตัวแปรทางสังคมมาพิจารณา โดยภาพรวมพบว่าการแปรของพยัญชนะควบกล้ำ (kw) และ (khw) มีความสัมพันธ์กับตัวแปรเพศ อายุ การศึกษา และวัจนลีลาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.
01 และพบประเด็นที่น่าสนใจ คือ มีการใช้รูปแปรมาตรฐานในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ซึ่งเป็นข้อค้นพบที่ตรงข้ามกับสมมติฐาน เมื่อพิจารณาตัวแปรทางสังคมแต่ละตัวแปรโดยควบคุมตัวแปรอื่น พบว่า ตัวแปร (kw) ไม่ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางสังคมเลย ยกเว้นการศึกษาที่ทำให้ผู้หญิงที่มีการศึกษาออกเสียงมาตรฐาน [kw] มากกว่าผู้หญิงที่ไม่มีการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนตัวแปร (khw) พบว่าปัจจัยทางสังคมมีผลกระทบต่อการออกเสียงมาตรฐาน [khw] ของทุกกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ยกเว้นการออกเสียงของกลุ่มเพศชายที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากอายุและการศึกษา ผลการวิจัยแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ของเสียงพยัญชนะ /kw/ และ /khw/ สรุปได้ว่าผู้พูดภาษาไทยถิ่นอยุธยานิยมใช้รูปแปรมาตรฐาน [kw] และ [khw] อย่างเด่นชัด และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บอกภาษาที่มีอายุน้อย และในกลุ่มที่มีการศึกษาสูง จึงอาจทำนายได้ว่ารูปแปรไม่มาตรฐานอาจหมดไปในอนาคต.
Related Results
การสำรวจหาประสิทธิภาพของสายพันธุ์ต่าง ๆ ของ Bacillus thuringiensis ในการควบคุม หนอนผี้เสื้อกินไขผึ้งขนาดเล็ก Achroia grisella และ หนอนผีเสื้อกินไขผึ้งขนาดใหญ่ Galleria mellonella
การสำรวจหาประสิทธิภาพของสายพันธุ์ต่าง ๆ ของ Bacillus thuringiensis ในการควบคุม หนอนผี้เสื้อกินไขผึ้งขนาดเล็ก Achroia grisella และ หนอนผีเสื้อกินไขผึ้งขนาดใหญ่ Galleria mellonella
ผลการทดสอบความเป็นพิษของแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis สายพันธุ์ต่างๆต่อหนอนผีเสื้อกินไขผึ้งขนาดเล็ก (Achroia grisella) และหนอนผีเสื้อกินไขผึ้งขนาดใหญ่ (Galleria mellonella) จากจ...
ผลของกระบวนการให้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อต่อองค์ประกอบทางเคมีและเนื้อสัมผัสของหอยเป๋าฮื้อชนิด Haliotis asinina และ Haliotis ovina
ผลของกระบวนการให้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อต่อองค์ประกอบทางเคมีและเนื้อสัมผัสของหอยเป๋าฮื้อชนิด Haliotis asinina และ Haliotis ovina
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและเนื้อสัมผัสของหอยเป๋าฮื้อชนิด Haliotis asinina และ H. ovina ก่อนและหลังผ่านกระบวนการให้ความร้อน โดยในขั้นต้นได้ศึกษาองค์ประกอ...
การระบุเพศและอาณาเขตที่อยู่อาศัยของนกเค้ากู่ Otus lettia (Hodgson, 1836) ที่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี
การระบุเพศและอาณาเขตที่อยู่อาศัยของนกเค้ากู่ Otus lettia (Hodgson, 1836) ที่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี
การศึกษาทางสัณฐานวิทยาของนกเค้ากู่จากตัวอย่างพิพิธภัณฑ์จำนวน 48 ตัว (เพศผู้ 30 ตัวและเพศเมีย 18 ตัว) พบลักษณะที่มีความแตกต่างกันระหว่างเพศ 3 ลักษณะคือ ความยาวปีก (WL) ความยาวนิ้วที...
การผลิตและลักษณะสมบัติของรีคอมบิแนนท์แอนติบอดี scFv-Fc ต่อ Notch1 และ Notch2 โดยใช้เซลล์ไลน์ HEK-293T
การผลิตและลักษณะสมบัติของรีคอมบิแนนท์แอนติบอดี scFv-Fc ต่อ Notch1 และ Notch2 โดยใช้เซลล์ไลน์ HEK-293T
วิถีสัญญาณ Notch ประกอบด้วย รีเซบเตอร์ 4 ชนิด (Notch 1-4) และลิแกนด์ 5 ชนิด (Delta-1, 3, 4 และ Jagged 1, 2) การเกิดอันตรกิริยาระหว่างลิแกนด์และรีเซบเตอร์ จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแป...
การผลิตเนยงาดำ Sesamum indicum Linn.
การผลิตเนยงาดำ Sesamum indicum Linn.
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการผลิตเนยงาดำในภาวะต่างๆ เมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของงาดำพบว่ามี ไขมันร้อยละ 52.60 โดยน้ำหนัก เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวร้อยละ 83.16 ประกอ...
การตรวจหาระดับแอนติบอดีต่อเชื้อ พลาสโมเดียม กัลลินาเซียม ในไก่ด้วยวิธี IFA และ EILISA และศึกษาน้ำหนักโมโลกุลของโปรตีนที่จำเพาะต่อซีรั่มไก่ที่ติดเชื้อ
การตรวจหาระดับแอนติบอดีต่อเชื้อ พลาสโมเดียม กัลลินาเซียม ในไก่ด้วยวิธี IFA และ EILISA และศึกษาน้ำหนักโมโลกุลของโปรตีนที่จำเพาะต่อซีรั่มไก่ที่ติดเชื้อ
ศึกษาอัตราการติดเชื้อและระดับแอนติบอดีต่อเชื้อ พลาสโมเดียม กัลลินาเซียม ด้วยวิธี IFA (Immuno fluorescence Assay) วิธี ELISA (Enzyme-Linked Immunosorbent Assay) และการวิเคราะห์โปรตี...
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผักโขม Amaranthus tricolor ปรุงรสอบแห้ง
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผักโขม Amaranthus tricolor ปรุงรสอบแห้ง
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผักโขม Amaranthus tricolor ที่มีปริมาณโปรตีน, เส้นใย และ p-carotene สูง ให้เป็นผลิตภัณฑ์ปรุงรสอบแห้งที่มีลักษณะน่ารับประทานมากกว่าในรูป ของผักสด ...
การเปรียบเทียบคำเสริมกริยาบอกทิศทาง "Shang" "Xia" ในภาษาจีนกลางกับคำภาษาไทยในลักษณะเดียวกัน
การเปรียบเทียบคำเสริมกริยาบอกทิศทาง "Shang" "Xia" ในภาษาจีนกลางกับคำภาษาไทยในลักษณะเดียวกัน
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อศึกษาความหมายต่าง ๆ ของคำเสริมกริยาบอกทิศทาง shang และ xia ในภาษาจีนกลาง ตลอดจนศึกษาคำเสริมกริยาบอกทิศทาง shang และ xia เปรียบเทียบกับคำภาษาไทยใน...

