Javascript must be enabled to continue!
ผลของกระบวนการให้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อต่อองค์ประกอบทางเคมีและเนื้อสัมผัสของหอยเป๋าฮื้อชนิด Haliotis asinina และ Haliotis ovina
View through CrossRef
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและเนื้อสัมผัสของหอยเป๋าฮื้อชนิด Haliotis asinina และ H. ovina ก่อนและหลังผ่านกระบวนการให้ความร้อน โดยในขั้นต้นได้ศึกษาองค์ประกอบทางเคมี ชนิดและปริมาณโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบในกล้ามเนื้อ เนื้อสัมผัสและองค์ประกอบของสารสกัดที่ให้กลิ่นรส พบว่าหอยเป๋าฮื้อทั้งสองชนิดมีองค์ประกอบทางเคมีใกล้เคียงกัน มีโปรตีนชนิด stroma เป็นองค์ประกอบหลัก (49.12 และ 35.83 % ของโปรตีนทั้งหมด) มีปริมาณคอลลาเจน 5.32 และ 4.39 g/100g และค่า toughness 1492.05 และ 2674.13 g ตามลำดับ มีองค์ประกอบของสารสกัดที่ให้กลิ่นรสชนิดหลัก คือ AMP, arginine, glycine และ glutamic acid ต่อมาศึกษาผลของกระบวนการให้ความร้อนต่อองค์ประกอบทางเคมีและเนื้อสัมผัส โดยขั้นแรกนำหอยเป๋าฮื้อทั้งสองชนิดไปให้ความร้อนที่อุณหภูมิ 60, 80 และ 100 ํC เป็นเวลา 30, 60 และ 120 นาที พบว่าหอยเป๋าฮื้อทั้งสองชนิดมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน โดยเมื่อผ่านการให้ความร้อนแล้วจะทำให้ความชื้นและปริมาณ AMP มีแนวโน้มลดลง ในขณะที่ปริมาณ cooking loss และโปรตีนสูงขึ้น สำหรับสมบัติด้านเนื้อสัมผัส พบว่าปริมาณคอลลาเจนไม่แตกต่างกันทุกสภาวะ และเมื่อนำหอยเป๋าฮื้อทั้งสองชนิดไปให้ความร้อน 100 ํC เป็นเวลา 120 นาที จะมีปริมาณคอลลาเจนที่ละลายได้สูงที่สุด (601.70 และ 7.29 microgram/g ตามลำดับ) ในขณะที่ค่า toughness ต่ำที่สุด (103.00 และ 205.34 g ตามลำดับ) นอกจากนี้ยังศึกษาผลของอุณหภูมิและเวลาในการให้ความร้อนต่อสมบัติเนื้อสัมผัสด้วยวิธี texture profile analysis และสมบัติทางประสาทสัมผัสโดยใช้หอยเป๋าฮื้อชนิด H. asinina เป็นตัวแทนในการศึกษา พบว่าหอยเป๋าฮื้อที่ผ่านการให้ความร้อน 80 ํC เป็นเวลา 120 นาที ได้รับคะแนนทางประสาทสัมผัสดีที่สุด เช่นเดียวกับค่า hardness, springiness และ chewiness ที่มีค่าสูงที่สภาวะดังกล่าว ต่อมาศึกษาผลของการให้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ 114 ํC เป็นเวลา 30 นาที พบว่าหอยเป๋าฮื้อชนิด H. asinina มีน้ำหนักเนื้อสูงกว่าชนิด H. ovina (82.81 และ 54.55 %) ความชื้น โปรตีน ปริมาณคอลลาเจน และปริมาณ AMP ของหอยเป๋าฮื้อชนิด H. asinina และ H. ovina มีค่า 80.70 และ 73.08 %, 16.14 และ 23.82 %, 3.32 และ 4.54 g/100g, และ 12 และ 33 mg/100g ตามลำดับ ส่วนค่า toughness ของหอยเป๋าฮื้อชนิด H. asinina และ H. ovina มีค่า 159.59 และ 267.37 g ในขั้นสุดท้ายได้เปรียบเทียบองค์ประกอบทางเคมีและเนื้อสัมผัสของหอยเป๋าฮื้อบรรจุกระป๋องที่ผลิตได้กับหอยเป๋าฮื้อบรรจุกระป๋องทางการค้า (commercial) พบว่าหอยเป๋าฮื้อชนิด H. asinina ที่ผ่านกระบวนการให้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อมีองค์ประกอบทางเคมีและเนื้อสัมผัสใกล้เคียงกับหอยเป๋าฮื้อบรรจุกระป๋องทางการค้า
Title: ผลของกระบวนการให้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อต่อองค์ประกอบทางเคมีและเนื้อสัมผัสของหอยเป๋าฮื้อชนิด Haliotis asinina และ Haliotis ovina
Description:
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและเนื้อสัมผัสของหอยเป๋าฮื้อชนิด Haliotis asinina และ H.
ovina ก่อนและหลังผ่านกระบวนการให้ความร้อน โดยในขั้นต้นได้ศึกษาองค์ประกอบทางเคมี ชนิดและปริมาณโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบในกล้ามเนื้อ เนื้อสัมผัสและองค์ประกอบของสารสกัดที่ให้กลิ่นรส พบว่าหอยเป๋าฮื้อทั้งสองชนิดมีองค์ประกอบทางเคมีใกล้เคียงกัน มีโปรตีนชนิด stroma เป็นองค์ประกอบหลัก (49.
12 และ 35.
83 % ของโปรตีนทั้งหมด) มีปริมาณคอลลาเจน 5.
32 และ 4.
39 g/100g และค่า toughness 1492.
05 และ 2674.
13 g ตามลำดับ มีองค์ประกอบของสารสกัดที่ให้กลิ่นรสชนิดหลัก คือ AMP, arginine, glycine และ glutamic acid ต่อมาศึกษาผลของกระบวนการให้ความร้อนต่อองค์ประกอบทางเคมีและเนื้อสัมผัส โดยขั้นแรกนำหอยเป๋าฮื้อทั้งสองชนิดไปให้ความร้อนที่อุณหภูมิ 60, 80 และ 100 ํC เป็นเวลา 30, 60 และ 120 นาที พบว่าหอยเป๋าฮื้อทั้งสองชนิดมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน โดยเมื่อผ่านการให้ความร้อนแล้วจะทำให้ความชื้นและปริมาณ AMP มีแนวโน้มลดลง ในขณะที่ปริมาณ cooking loss และโปรตีนสูงขึ้น สำหรับสมบัติด้านเนื้อสัมผัส พบว่าปริมาณคอลลาเจนไม่แตกต่างกันทุกสภาวะ และเมื่อนำหอยเป๋าฮื้อทั้งสองชนิดไปให้ความร้อน 100 ํC เป็นเวลา 120 นาที จะมีปริมาณคอลลาเจนที่ละลายได้สูงที่สุด (601.
70 และ 7.
29 microgram/g ตามลำดับ) ในขณะที่ค่า toughness ต่ำที่สุด (103.
00 และ 205.
34 g ตามลำดับ) นอกจากนี้ยังศึกษาผลของอุณหภูมิและเวลาในการให้ความร้อนต่อสมบัติเนื้อสัมผัสด้วยวิธี texture profile analysis และสมบัติทางประสาทสัมผัสโดยใช้หอยเป๋าฮื้อชนิด H.
asinina เป็นตัวแทนในการศึกษา พบว่าหอยเป๋าฮื้อที่ผ่านการให้ความร้อน 80 ํC เป็นเวลา 120 นาที ได้รับคะแนนทางประสาทสัมผัสดีที่สุด เช่นเดียวกับค่า hardness, springiness และ chewiness ที่มีค่าสูงที่สภาวะดังกล่าว ต่อมาศึกษาผลของการให้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ 114 ํC เป็นเวลา 30 นาที พบว่าหอยเป๋าฮื้อชนิด H.
asinina มีน้ำหนักเนื้อสูงกว่าชนิด H.
ovina (82.
81 และ 54.
55 %) ความชื้น โปรตีน ปริมาณคอลลาเจน และปริมาณ AMP ของหอยเป๋าฮื้อชนิด H.
asinina และ H.
ovina มีค่า 80.
70 และ 73.
08 %, 16.
14 และ 23.
82 %, 3.
32 และ 4.
54 g/100g, และ 12 และ 33 mg/100g ตามลำดับ ส่วนค่า toughness ของหอยเป๋าฮื้อชนิด H.
asinina และ H.
ovina มีค่า 159.
59 และ 267.
37 g ในขั้นสุดท้ายได้เปรียบเทียบองค์ประกอบทางเคมีและเนื้อสัมผัสของหอยเป๋าฮื้อบรรจุกระป๋องที่ผลิตได้กับหอยเป๋าฮื้อบรรจุกระป๋องทางการค้า (commercial) พบว่าหอยเป๋าฮื้อชนิด H.
asinina ที่ผ่านกระบวนการให้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อมีองค์ประกอบทางเคมีและเนื้อสัมผัสใกล้เคียงกับหอยเป๋าฮื้อบรรจุกระป๋องทางการค้า.
Related Results
การสำรวจหาประสิทธิภาพของสายพันธุ์ต่าง ๆ ของ Bacillus thuringiensis ในการควบคุม หนอนผี้เสื้อกินไขผึ้งขนาดเล็ก Achroia grisella และ หนอนผีเสื้อกินไขผึ้งขนาดใหญ่ Galleria mellonella
การสำรวจหาประสิทธิภาพของสายพันธุ์ต่าง ๆ ของ Bacillus thuringiensis ในการควบคุม หนอนผี้เสื้อกินไขผึ้งขนาดเล็ก Achroia grisella และ หนอนผีเสื้อกินไขผึ้งขนาดใหญ่ Galleria mellonella
ผลการทดสอบความเป็นพิษของแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis สายพันธุ์ต่างๆต่อหนอนผีเสื้อกินไขผึ้งขนาดเล็ก (Achroia grisella) และหนอนผีเสื้อกินไขผึ้งขนาดใหญ่ (Galleria mellonella) จากจ...
ผลของแสงและความเค็มต่อการเติบโตและการผลิตสาร Ecteinascidins ของเพรียงหัวหอม Ecteinascidia thurstoni Herdman, 1891
ผลของแสงและความเค็มต่อการเติบโตและการผลิตสาร Ecteinascidins ของเพรียงหัวหอม Ecteinascidia thurstoni Herdman, 1891
ศึกษาผลของแสงและความเค็มต่อการเติบโตและการผลิตสาร ecteinascidins (ET) ของเพรียงหัวหอม Ecteinascidia thurstoni โดยแบ่งการศึกษาปัจจัยของแสง ออกเป็น 5 ชุดการทดลอง ที่ 0, 25, 50, 75 แล...
การผลิตอาหารกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon Fabricius) วัยรุ่น
การผลิตอาหารกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon Fabricius) วัยรุ่น
ในงานวิจัยนี้ได้ศึกษาการผลิตอาหารกุ้งกุลาดำวัยรุ่นด้วย เครื่องบดอาหารและเครื่อง pel letmill โดยการผลิตอาหารกุ้งด้วยเครื่องบดอาหาร ได้ศึกษาชนิดและปริมาณสารเชื่อมที่เหมาะสมสำหรับการผ...
การระบุเพศและอาณาเขตที่อยู่อาศัยของนกเค้ากู่ Otus lettia (Hodgson, 1836) ที่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี
การระบุเพศและอาณาเขตที่อยู่อาศัยของนกเค้ากู่ Otus lettia (Hodgson, 1836) ที่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี
การศึกษาทางสัณฐานวิทยาของนกเค้ากู่จากตัวอย่างพิพิธภัณฑ์จำนวน 48 ตัว (เพศผู้ 30 ตัวและเพศเมีย 18 ตัว) พบลักษณะที่มีความแตกต่างกันระหว่างเพศ 3 ลักษณะคือ ความยาวปีก (WL) ความยาวนิ้วที...
การผลิตและลักษณะสมบัติของรีคอมบิแนนท์แอนติบอดี scFv-Fc ต่อ Notch1 และ Notch2 โดยใช้เซลล์ไลน์ HEK-293T
การผลิตและลักษณะสมบัติของรีคอมบิแนนท์แอนติบอดี scFv-Fc ต่อ Notch1 และ Notch2 โดยใช้เซลล์ไลน์ HEK-293T
วิถีสัญญาณ Notch ประกอบด้วย รีเซบเตอร์ 4 ชนิด (Notch 1-4) และลิแกนด์ 5 ชนิด (Delta-1, 3, 4 และ Jagged 1, 2) การเกิดอันตรกิริยาระหว่างลิแกนด์และรีเซบเตอร์ จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแป...
การใช้วิธีทำให้เข้มข้นในการผลิตไวน์หม่อน (Morus alba L.)
การใช้วิธีทำให้เข้มข้นในการผลิตไวน์หม่อน (Morus alba L.)
ศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตของไวน์หม่อนโดยใช้น้ำตาลที่มีอยู่ในผลไม้ (โดยไม่เติมน้ำตาล) พร้อมทั้งศึกษาองค์ประกอบทางกายภาพและเคมีของไวน์ที่ได้ในขั้นแรก ศึกษาหาสภาวะที่ดีที่สุดในการทำ...
การผลิตเนยงาดำ Sesamum indicum Linn.
การผลิตเนยงาดำ Sesamum indicum Linn.
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการผลิตเนยงาดำในภาวะต่างๆ เมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของงาดำพบว่ามี ไขมันร้อยละ 52.60 โดยน้ำหนัก เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวร้อยละ 83.16 ประกอ...
การตรวจหาระดับแอนติบอดีต่อเชื้อ พลาสโมเดียม กัลลินาเซียม ในไก่ด้วยวิธี IFA และ EILISA และศึกษาน้ำหนักโมโลกุลของโปรตีนที่จำเพาะต่อซีรั่มไก่ที่ติดเชื้อ
การตรวจหาระดับแอนติบอดีต่อเชื้อ พลาสโมเดียม กัลลินาเซียม ในไก่ด้วยวิธี IFA และ EILISA และศึกษาน้ำหนักโมโลกุลของโปรตีนที่จำเพาะต่อซีรั่มไก่ที่ติดเชื้อ
ศึกษาอัตราการติดเชื้อและระดับแอนติบอดีต่อเชื้อ พลาสโมเดียม กัลลินาเซียม ด้วยวิธี IFA (Immuno fluorescence Assay) วิธี ELISA (Enzyme-Linked Immunosorbent Assay) และการวิเคราะห์โปรตี...

