Search engine for discovering works of Art, research articles, and books related to Art and Culture
ShareThis
Javascript must be enabled to continue!

การตรวจหาระดับแอนติบอดีต่อเชื้อ พลาสโมเดียม กัลลินาเซียม ในไก่ด้วยวิธี IFA และ EILISA และศึกษาน้ำหนักโมโลกุลของโปรตีนที่จำเพาะต่อซีรั่มไก่ที่ติดเชื้อ

View through CrossRef
ศึกษาอัตราการติดเชื้อและระดับแอนติบอดีต่อเชื้อ พลาสโมเดียม กัลลินาเซียม ด้วยวิธี IFA (Immuno fluorescence Assay) วิธี ELISA (Enzyme-Linked Immunosorbent Assay) และการวิเคราะห์โปรตีนแอนติเจนของเชื้อด้วยวิธี Western blot โดยใช้ไก่เนื้อ จำนวน 120 ตัว แบ่งเป็น 3 กลุ่มอายุ คือ 10, 20 และ 30 วัน กลุ่มอายุละ 40 ตัว ในแต่ละกลุ่มอายุแบ่งเป็น 4 กลุ่มย่อย ในการทดลองทำการฉีดเชื้อเข้าเส้นเลือดดำที่ปีก ปริมาณ 0, 10, 10[superscript 3] และ 10[superscript 6] เซลล์เม็ดเลือดแดงที่ติดเชื้อ (infected rbc) ตามลำดับ และติดตามผลการทดลองโดยการตรวจหาเชื้อในกระแสเลือดทุกๆ 3 วัน ติดต่อกันเป็นเวลา 30 วัน เมื่อสิ้นสุดการทดลองผลปรากฏว่าไก่ที่ได้รับเชื้อทั้งหมดมีอัตราการติดเชื้อ 66.67% โดยไก่กลุ่มอายุ 10 วันและ 20 วัน ทุกกลุ่มย่อยที่ได้รับเชื้อ มีอัตราการติดเชื้อ 100% เท่ากัน และไก่กลุ่มอายุ 10 วัน ซึ่งได้รับเชื้อปริมาณ 10[superscript 6] เซลล์ มีความไวสูงสุด เริ่มตรวจพบเชื้อในกระแสเลือดได้ในวันที่ 3 หลังการฉีดเชื้อ และมีค่าเฉลี่ยของระดับเชื้อสูงสุดในวันที่ 12 และเป็นกลุ่มที่ไก่ตายสูงสุด 90% สำหรับไก่กลุ่มอายุ 30 วัน ทุกกลุ่มย่อยไม่พบเชื้อตลอดการทดลอง การทดสอบหาระดับแอนติบอดีในซีรั่มของไก่ทดลองทุกกลุ่มต่อเชื้อ พลาสโมเดียม กัลลินาเซียม ด้วยวิธี IFA และ วิธี ELISA ผลปรากฏว่าซีรั่มไก่ทุกอายุให้ผลบวกจากการทดสอบ 100 และ 56.67% ตามลำดับ การทดสอบด้วยวิธี IFA ในซีรั่มไก่กลุ่มอายุ 10 และ 20 วัน ทุกกลุ่มย่อยที่ได้รับเชื้อมีระดับแอนติบอดีต่อเชื้อสูง 100% ไก่อายุ 10 วัน กลุ่มย่อยที่ได้รับเชื้อ 10[superscript 3] infected rbc เริ่มตรวจพบระดับแอนติบอดีได้เร็วที่สุดในวันที่ 3 หลังการฉีดเชื้อ และพบระดับแอนติบอดีต่อเชื้อในซีรั่มไก่ 100% ในวันที่ 6 และจนกระทั่งสิ้นสุดการทดลอง ที่ระดับแอนติบอดี 1/15625 ส่วนไก่กลุ่มควบคุมให้ผลแปรปรวนเล็กน้อยตลอดการทดลอง สำหรับผลการทดสอบด้วยวิธี ELISA ซีรั่มของไก่กลุ่มอายุ 10 วัน ทุกกลุ่มย่อยให้ผลบวก 70 และ 100% ในวันที่ 12 และ 15 ของการทดลอง โดยมีค่าเฉลี่ย OD ระหว่าง 0.308-0.410 ซีรั่มของไก่กลุ่มอายุ 20 วัน ทุกกลุ่มย่อยให้ผลบวกน้อยว่ากลุ่มอายุ 10 วันยกเว้นกลุ่มย่อยที่ได้รับเชื้อ 10 infected rbc ขณะที่ไก่กลุ่มอายุ 30 วัน ให้ผลบวกน้อยและแปรปรวนมาก ส่วนกลุ่มควบคุมทุกอายุส่วนใหญ่ให้ผลลบต่อการทดสอบ ผลการทดสอบในซีรั่มไก่ที่เก็บมาจากแหล่งที่มีการระบาด จำนวน 67 ตัวอย่าง ผลปรากฏว่าการทดสอบด้วยวิธี IFA และ ELISA ไก่มีระดับแอนติบอดีต่อเชื้อ 94.03 และ 55.2% ตามลำดับ เมื่อนำผลการทดสอบด้วยวิธี IFA และ ELISA วิเคราะห์และเปรียบเทียบกับการตรวจเชื้อในกระแสเลือดของไก่ทดลอง พบว่าวิธี IFA มีความไว 56.45% และความจำเพาะ 100% ส่วนวิธี ELISA มีความไว 78.37% และมีความจำเพาะ 83.33% ทำการแยก crude P. gallinaceum antigen ด้วยวิธี SDS-PAGE และนำมาวิเคราะห์หาความจำเพาะของโปรตีนแอนติเจนของเชื้อ ด้วยวิธี Western blot โดยใช้ซีรั่มของไก่ที่ติดเชื้อและมีระดับแอนติบอดีสูง ผลปรากฏว่าพบแถบโปรตีนแอนติเจนที่ทำปฏิกิริยากับแอนติบอดีชัดเจน ที่น้ำหนักโมเลกุล 186, 169.8, 106.6, 101.1, 78.5, 74.1, 57.2, 53.7, 48.7, 46.7, 41, 37.7, 31.7, 21.3 และ 20 kDa เมื่อเปรียบเทียบกับผลของปฏิกิริยาที่เกิดจากซีรั่มของไก่ที่ไม่ติดเชื้อและที่ติดเชื้ออื่นๆ พบว่าแถบโปรตีนแอนติเจนที่มีความจำเพาะต่อแอนติบอดีของเชื้อ พลาสโมเดียม กัลลินาเซียม มีน้ำหนักโมเลกุล 106.6, 101.1, 53.7, 48.7, 41 และ 37.7 kDa
Office of Academic Resources, Chulalongkorn University
Title: การตรวจหาระดับแอนติบอดีต่อเชื้อ พลาสโมเดียม กัลลินาเซียม ในไก่ด้วยวิธี IFA และ EILISA และศึกษาน้ำหนักโมโลกุลของโปรตีนที่จำเพาะต่อซีรั่มไก่ที่ติดเชื้อ
Description:
ศึกษาอัตราการติดเชื้อและระดับแอนติบอดีต่อเชื้อ พลาสโมเดียม กัลลินาเซียม ด้วยวิธี IFA (Immuno fluorescence Assay) วิธี ELISA (Enzyme-Linked Immunosorbent Assay) และการวิเคราะห์โปรตีนแอนติเจนของเชื้อด้วยวิธี Western blot โดยใช้ไก่เนื้อ จำนวน 120 ตัว แบ่งเป็น 3 กลุ่มอายุ คือ 10, 20 และ 30 วัน กลุ่มอายุละ 40 ตัว ในแต่ละกลุ่มอายุแบ่งเป็น 4 กลุ่มย่อย ในการทดลองทำการฉีดเชื้อเข้าเส้นเลือดดำที่ปีก ปริมาณ 0, 10, 10[superscript 3] และ 10[superscript 6] เซลล์เม็ดเลือดแดงที่ติดเชื้อ (infected rbc) ตามลำดับ และติดตามผลการทดลองโดยการตรวจหาเชื้อในกระแสเลือดทุกๆ 3 วัน ติดต่อกันเป็นเวลา 30 วัน เมื่อสิ้นสุดการทดลองผลปรากฏว่าไก่ที่ได้รับเชื้อทั้งหมดมีอัตราการติดเชื้อ 66.
67% โดยไก่กลุ่มอายุ 10 วันและ 20 วัน ทุกกลุ่มย่อยที่ได้รับเชื้อ มีอัตราการติดเชื้อ 100% เท่ากัน และไก่กลุ่มอายุ 10 วัน ซึ่งได้รับเชื้อปริมาณ 10[superscript 6] เซลล์ มีความไวสูงสุด เริ่มตรวจพบเชื้อในกระแสเลือดได้ในวันที่ 3 หลังการฉีดเชื้อ และมีค่าเฉลี่ยของระดับเชื้อสูงสุดในวันที่ 12 และเป็นกลุ่มที่ไก่ตายสูงสุด 90% สำหรับไก่กลุ่มอายุ 30 วัน ทุกกลุ่มย่อยไม่พบเชื้อตลอดการทดลอง การทดสอบหาระดับแอนติบอดีในซีรั่มของไก่ทดลองทุกกลุ่มต่อเชื้อ พลาสโมเดียม กัลลินาเซียม ด้วยวิธี IFA และ วิธี ELISA ผลปรากฏว่าซีรั่มไก่ทุกอายุให้ผลบวกจากการทดสอบ 100 และ 56.
67% ตามลำดับ การทดสอบด้วยวิธี IFA ในซีรั่มไก่กลุ่มอายุ 10 และ 20 วัน ทุกกลุ่มย่อยที่ได้รับเชื้อมีระดับแอนติบอดีต่อเชื้อสูง 100% ไก่อายุ 10 วัน กลุ่มย่อยที่ได้รับเชื้อ 10[superscript 3] infected rbc เริ่มตรวจพบระดับแอนติบอดีได้เร็วที่สุดในวันที่ 3 หลังการฉีดเชื้อ และพบระดับแอนติบอดีต่อเชื้อในซีรั่มไก่ 100% ในวันที่ 6 และจนกระทั่งสิ้นสุดการทดลอง ที่ระดับแอนติบอดี 1/15625 ส่วนไก่กลุ่มควบคุมให้ผลแปรปรวนเล็กน้อยตลอดการทดลอง สำหรับผลการทดสอบด้วยวิธี ELISA ซีรั่มของไก่กลุ่มอายุ 10 วัน ทุกกลุ่มย่อยให้ผลบวก 70 และ 100% ในวันที่ 12 และ 15 ของการทดลอง โดยมีค่าเฉลี่ย OD ระหว่าง 0.
308-0.
410 ซีรั่มของไก่กลุ่มอายุ 20 วัน ทุกกลุ่มย่อยให้ผลบวกน้อยว่ากลุ่มอายุ 10 วันยกเว้นกลุ่มย่อยที่ได้รับเชื้อ 10 infected rbc ขณะที่ไก่กลุ่มอายุ 30 วัน ให้ผลบวกน้อยและแปรปรวนมาก ส่วนกลุ่มควบคุมทุกอายุส่วนใหญ่ให้ผลลบต่อการทดสอบ ผลการทดสอบในซีรั่มไก่ที่เก็บมาจากแหล่งที่มีการระบาด จำนวน 67 ตัวอย่าง ผลปรากฏว่าการทดสอบด้วยวิธี IFA และ ELISA ไก่มีระดับแอนติบอดีต่อเชื้อ 94.
03 และ 55.
2% ตามลำดับ เมื่อนำผลการทดสอบด้วยวิธี IFA และ ELISA วิเคราะห์และเปรียบเทียบกับการตรวจเชื้อในกระแสเลือดของไก่ทดลอง พบว่าวิธี IFA มีความไว 56.
45% และความจำเพาะ 100% ส่วนวิธี ELISA มีความไว 78.
37% และมีความจำเพาะ 83.
33% ทำการแยก crude P.
gallinaceum antigen ด้วยวิธี SDS-PAGE และนำมาวิเคราะห์หาความจำเพาะของโปรตีนแอนติเจนของเชื้อ ด้วยวิธี Western blot โดยใช้ซีรั่มของไก่ที่ติดเชื้อและมีระดับแอนติบอดีสูง ผลปรากฏว่าพบแถบโปรตีนแอนติเจนที่ทำปฏิกิริยากับแอนติบอดีชัดเจน ที่น้ำหนักโมเลกุล 186, 169.
8, 106.
6, 101.
1, 78.
5, 74.
1, 57.
2, 53.
7, 48.
7, 46.
7, 41, 37.
7, 31.
7, 21.
3 และ 20 kDa เมื่อเปรียบเทียบกับผลของปฏิกิริยาที่เกิดจากซีรั่มของไก่ที่ไม่ติดเชื้อและที่ติดเชื้ออื่นๆ พบว่าแถบโปรตีนแอนติเจนที่มีความจำเพาะต่อแอนติบอดีของเชื้อ พลาสโมเดียม กัลลินาเซียม มีน้ำหนักโมเลกุล 106.
6, 101.
1, 53.
7, 48.
7, 41 และ 37.
7 kDa.

Related Results

ผลของกระบวนการให้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อต่อองค์ประกอบทางเคมีและเนื้อสัมผัสของหอยเป๋าฮื้อชนิด Haliotis asinina และ Haliotis ovina
ผลของกระบวนการให้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อต่อองค์ประกอบทางเคมีและเนื้อสัมผัสของหอยเป๋าฮื้อชนิด Haliotis asinina และ Haliotis ovina
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและเนื้อสัมผัสของหอยเป๋าฮื้อชนิด Haliotis asinina และ H. ovina ก่อนและหลังผ่านกระบวนการให้ความร้อน โดยในขั้นต้นได้ศึกษาองค์ประกอ...
การระบุเพศและอาณาเขตที่อยู่อาศัยของนกเค้ากู่ Otus lettia (Hodgson, 1836) ที่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี
การระบุเพศและอาณาเขตที่อยู่อาศัยของนกเค้ากู่ Otus lettia (Hodgson, 1836) ที่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี
การศึกษาทางสัณฐานวิทยาของนกเค้ากู่จากตัวอย่างพิพิธภัณฑ์จำนวน 48 ตัว (เพศผู้ 30 ตัวและเพศเมีย 18 ตัว) พบลักษณะที่มีความแตกต่างกันระหว่างเพศ 3 ลักษณะคือ ความยาวปีก (WL) ความยาวนิ้วที...
การผลิตและลักษณะสมบัติของรีคอมบิแนนท์แอนติบอดี scFv-Fc ต่อ Notch1 และ Notch2 โดยใช้เซลล์ไลน์ HEK-293T 
การผลิตและลักษณะสมบัติของรีคอมบิแนนท์แอนติบอดี scFv-Fc ต่อ Notch1 และ Notch2 โดยใช้เซลล์ไลน์ HEK-293T 
วิถีสัญญาณ Notch ประกอบด้วย รีเซบเตอร์ 4 ชนิด (Notch 1-4) และลิแกนด์ 5 ชนิด (Delta-1, 3, 4 และ Jagged 1, 2) การเกิดอันตรกิริยาระหว่างลิแกนด์และรีเซบเตอร์ จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแป...
การผลิตเนยงาดำ Sesamum indicum Linn.
การผลิตเนยงาดำ Sesamum indicum Linn.
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการผลิตเนยงาดำในภาวะต่างๆ เมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของงาดำพบว่ามี ไขมันร้อยละ 52.60 โดยน้ำหนัก เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวร้อยละ 83.16 ประกอ...
การแปรทางสังคมของพยัญชนะควบกล้ำ (kw) และ (khw) ในภาษาไทยถิ่น ตำบลบ้านแพรก อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การแปรทางสังคมของพยัญชนะควบกล้ำ (kw) และ (khw) ในภาษาไทยถิ่น ตำบลบ้านแพรก อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การไม่ออกเสียงควบกล้ำ ซึ่งเป็นการออกเสียงแบบไม่มาตรฐาน เป็นปรากฏการณ์ที่พบในหลายภาษา รวมทั้งในภาษาไทยด้วย ดังจะเห็นได้ในงานวิจัยของเลสลี บีบี (Beebe, 1974) ซึ่งพบว่าปัจจัยทางสังคมม...
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผักโขม Amaranthus tricolor ปรุงรสอบแห้ง
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผักโขม Amaranthus tricolor ปรุงรสอบแห้ง
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผักโขม Amaranthus tricolor ที่มีปริมาณโปรตีน, เส้นใย และ p-carotene สูง ให้เป็นผลิตภัณฑ์ปรุงรสอบแห้งที่มีลักษณะน่ารับประทานมากกว่าในรูป ของผักสด ...

Back to Top