Javascript must be enabled to continue!
การเปิดรับและทัศนคติต่อตราสินค้าและส่วนประสมทางการตลาดต่อพฤติกรรมการซื้อกระเป๋า Goyard และ Dior ของผู้บริโภคเจเนอเรชันซี
View through CrossRef
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปิดรับและทัศนคติต่อแบรนด์ ทัศนคติต่อส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อกระเป๋า Goyard และ Dior ของผู้บริโภคเจเนอเรชันซี โดยการเลือกกระเป๋าสองแบรนด์นี้เพราะมีจุดร่วมในด้านราคา ภาพลักษณ์และความนิยมในกลุ่มเป้าหมายที่ใกล้เคียงกันแต่ใช้กลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างกัน แบรนด์ Goyard เป็นแบรนด์ที่ใช้ กลยุทธ์การตลาดแบบ Silence Marketing ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างมากไม่ต่างจากแบรนด์ Dior ที่ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเชิงรุก ผู้วิจัยจึงได้นำทั้งสองแบรนด์ดังกล่าวมาเปรียบเทียบกันเพื่อทำความเข้าใจถึง ผลลัพธ์และแนวโน้มที่แตกต่างกัน รวมไปถึงหาแนวทางในการสร้างคุณค่าตราสินค้า และพัฒนากลยุทธ์การตลาดสำหรับแบรนด์หรูในอนาคตได้อย่างยั่งยืนต่อไปการวิจัยใช้วิธีเชิงคุณภาพด้วยการสนทนากลุ่มและสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง โดยแบ่งผู้ให้สัมภาษณ์ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ผู้บริโภค Gen Z ที่ใช้กระเป๋า Goyard, ผู้บริโภค Gen Z ที่ใช้กระเป๋า Dior, และ ผู้บริโภค Gen Z ที่ใช้กระเป๋าทั้งสองแบรนด์ ผลการวิจัยพบว่า การเปิดรับและทัศนคติต่อตราสินค้าและส่วนประสมทางการตลาดต่อแบรนด์ทั้งสอง แม้ว่าจะอยู่ในระดับแบรนด์หรูเหมือนกัน แต่ก็มีลักษณะของกลุ่มผู้บริโภคที่เฉพาะและแตกต่างกัน โดยแบรนด์ Goyard มีภาพลักษณ์ที่ลึกลับและเข้าถึงยาก และสร้างทัศนคติต่อแบรนด์ในเชิงเรียบหรู จึงถูกเลือกใช้เป็น Brand as Authentic Self ส่วนของแบรนด์ Dior มีภาพลักษณ์ที่เรียบหรูเหมือนกัน แต่เข้าถึงได้ง่าย ทั้งจากการโฆษณาหรือการเลือกพรีเซ็นเตอร์ อีกทั้งยังมีการสร้างทัศนคติต่อแบรนด์ให้มีความอ่อนหวาน คลาสสิก จึงตอบโจทย์แฟชั่นของผู้หญิงยุคใหม่ จึงถูกเลือกใช้เป็น Brand as Performance เพราะฉะนั้น ทั้ง Goyard และ Dior แสดงให้เห็นถึง “ความแตกต่างที่สมดุล”
Title: การเปิดรับและทัศนคติต่อตราสินค้าและส่วนประสมทางการตลาดต่อพฤติกรรมการซื้อกระเป๋า Goyard และ Dior ของผู้บริโภคเจเนอเรชันซี
Description:
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปิดรับและทัศนคติต่อแบรนด์ ทัศนคติต่อส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อกระเป๋า Goyard และ Dior ของผู้บริโภคเจเนอเรชันซี โดยการเลือกกระเป๋าสองแบรนด์นี้เพราะมีจุดร่วมในด้านราคา ภาพลักษณ์และความนิยมในกลุ่มเป้าหมายที่ใกล้เคียงกันแต่ใช้กลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างกัน แบรนด์ Goyard เป็นแบรนด์ที่ใช้ กลยุทธ์การตลาดแบบ Silence Marketing ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างมากไม่ต่างจากแบรนด์ Dior ที่ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเชิงรุก ผู้วิจัยจึงได้นำทั้งสองแบรนด์ดังกล่าวมาเปรียบเทียบกันเพื่อทำความเข้าใจถึง ผลลัพธ์และแนวโน้มที่แตกต่างกัน รวมไปถึงหาแนวทางในการสร้างคุณค่าตราสินค้า และพัฒนากลยุทธ์การตลาดสำหรับแบรนด์หรูในอนาคตได้อย่างยั่งยืนต่อไปการวิจัยใช้วิธีเชิงคุณภาพด้วยการสนทนากลุ่มและสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง โดยแบ่งผู้ให้สัมภาษณ์ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ผู้บริโภค Gen Z ที่ใช้กระเป๋า Goyard, ผู้บริโภค Gen Z ที่ใช้กระเป๋า Dior, และ ผู้บริโภค Gen Z ที่ใช้กระเป๋าทั้งสองแบรนด์ ผลการวิจัยพบว่า การเปิดรับและทัศนคติต่อตราสินค้าและส่วนประสมทางการตลาดต่อแบรนด์ทั้งสอง แม้ว่าจะอยู่ในระดับแบรนด์หรูเหมือนกัน แต่ก็มีลักษณะของกลุ่มผู้บริโภคที่เฉพาะและแตกต่างกัน โดยแบรนด์ Goyard มีภาพลักษณ์ที่ลึกลับและเข้าถึงยาก และสร้างทัศนคติต่อแบรนด์ในเชิงเรียบหรู จึงถูกเลือกใช้เป็น Brand as Authentic Self ส่วนของแบรนด์ Dior มีภาพลักษณ์ที่เรียบหรูเหมือนกัน แต่เข้าถึงได้ง่าย ทั้งจากการโฆษณาหรือการเลือกพรีเซ็นเตอร์ อีกทั้งยังมีการสร้างทัศนคติต่อแบรนด์ให้มีความอ่อนหวาน คลาสสิก จึงตอบโจทย์แฟชั่นของผู้หญิงยุคใหม่ จึงถูกเลือกใช้เป็น Brand as Performance เพราะฉะนั้น ทั้ง Goyard และ Dior แสดงให้เห็นถึง “ความแตกต่างที่สมดุล”.
Related Results
การระบุเพศและอาณาเขตที่อยู่อาศัยของนกเค้ากู่ Otus lettia (Hodgson, 1836) ที่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี
การระบุเพศและอาณาเขตที่อยู่อาศัยของนกเค้ากู่ Otus lettia (Hodgson, 1836) ที่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี
การศึกษาทางสัณฐานวิทยาของนกเค้ากู่จากตัวอย่างพิพิธภัณฑ์จำนวน 48 ตัว (เพศผู้ 30 ตัวและเพศเมีย 18 ตัว) พบลักษณะที่มีความแตกต่างกันระหว่างเพศ 3 ลักษณะคือ ความยาวปีก (WL) ความยาวนิ้วที...
การผลิตเนยงาดำ Sesamum indicum Linn.
การผลิตเนยงาดำ Sesamum indicum Linn.
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการผลิตเนยงาดำในภาวะต่างๆ เมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของงาดำพบว่ามี ไขมันร้อยละ 52.60 โดยน้ำหนัก เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวร้อยละ 83.16 ประกอ...
การแปรทางสังคมของพยัญชนะควบกล้ำ (kw) และ (khw) ในภาษาไทยถิ่น ตำบลบ้านแพรก อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การแปรทางสังคมของพยัญชนะควบกล้ำ (kw) และ (khw) ในภาษาไทยถิ่น ตำบลบ้านแพรก อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การไม่ออกเสียงควบกล้ำ ซึ่งเป็นการออกเสียงแบบไม่มาตรฐาน เป็นปรากฏการณ์ที่พบในหลายภาษา รวมทั้งในภาษาไทยด้วย ดังจะเห็นได้ในงานวิจัยของเลสลี บีบี (Beebe, 1974) ซึ่งพบว่าปัจจัยทางสังคมม...
การเปรียบเทียบคำเสริมกริยาบอกทิศทาง "Shang" "Xia" ในภาษาจีนกลางกับคำภาษาไทยในลักษณะเดียวกัน
การเปรียบเทียบคำเสริมกริยาบอกทิศทาง "Shang" "Xia" ในภาษาจีนกลางกับคำภาษาไทยในลักษณะเดียวกัน
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อศึกษาความหมายต่าง ๆ ของคำเสริมกริยาบอกทิศทาง shang และ xia ในภาษาจีนกลาง ตลอดจนศึกษาคำเสริมกริยาบอกทิศทาง shang และ xia เปรียบเทียบกับคำภาษาไทยใน...
ผลของตัวคีเลตต่อการสะสมแคดเมียมของทานตะวัน Helianthus annuus Linn.
ผลของตัวคีเลตต่อการสะสมแคดเมียมของทานตะวัน Helianthus annuus Linn.
การศึกษาผลของคีเลตต่อการสะสมแคดเมียมของทานตะวัน (Helianthus annuus Linn.) โดยการปลูกทานตะวันในกระถางทดลองที่เติมสารละลายแคดเมียมไนเตรต (Cd(NO[subscript 3])[subscript 2]4H[subscript...
การสะสมของมลสารอินทรีย์ชนิดสลายตัวยากในดินตะกอนและหอยแมลงภู่ Perna viridis จากบริเวณเอสทูรีแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร
การสะสมของมลสารอินทรีย์ชนิดสลายตัวยากในดินตะกอนและหอยแมลงภู่ Perna viridis จากบริเวณเอสทูรีแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร
ทำการวิเคราะห์ปริมาณมลสารอินทรีย์ชนิดสลายตัวยาก (Persistent Organic Pollutants, POPs) ในดินตะกอนและหอยแมลงภู่บริเวณปากแม่น้ำท่าจีน โดยการสกัดตัวอย่างด้วยสารละลายไดคลอโรมีเทนโดยวิธี...
โครงการวิจัยการศึกษารหัสพันธุกรรมในคนไทยที่มีไขมันในเลือดชนิดเอชดีแอลสูงมาก โดยวิธีถอดรหัสและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงหน้าที่
โครงการวิจัยการศึกษารหัสพันธุกรรมในคนไทยที่มีไขมันในเลือดชนิดเอชดีแอลสูงมาก โดยวิธีถอดรหัสและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงหน้าที่
วัตถุประสงค์: ปัจจัยทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาวะเอชดีแอลในเลือดสูงยังไม่เป็นที่เข้าใจแน่ชัด คณะผู้วิจัยทำการถอดรหัสพันธุกรรมยีน 3 ยีน คือ CETP, LIPC และ LIPG ซึ่งสร้างโปรตีน คอ...
การศึกษาเปรียบเทียบคำ 'lai' และ 'qu' ในภาษาจีนกับคำภาษาไทยในลักษณะเดียวกัน
การศึกษาเปรียบเทียบคำ 'lai' และ 'qu' ในภาษาจีนกับคำภาษาไทยในลักษณะเดียวกัน
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาความหมายและการใช้คำ ‘l a i ’ และ,qน’ ที่ทำหน้าที่เป็นคำกริยาและหน่วยเสริมกริยาบอกทิศทางในภาษาจีนและเพื่อเปรียบเทียบการใช้คำ ‘l a i ’ และ...

