Search engine for discovering works of Art, research articles, and books related to Art and Culture
ShareThis
Javascript must be enabled to continue!

การเปรียบเทียบผลการใช้เครื่องมือประเมินทางการยศาสตร์ระหว่าง Rapid Entire Body Assessment (REBA) และ Quick Exposure Check (QEC) ในโรงงานเหล็กแห่งหนึ่ง

View through CrossRef
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลจากการใช้เครื่องมือประเมินด้านการยศาสตร์ระหว่าง Rapid Entire Body Assessment (REBA) และ Quick Exposure Check (QEC) และความสัมพันธ์ระหว่างผลจากการใช้เครื่องมือทั้งสองกับอาการผิดปกติทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อที่พบ รูปแบบการศึกษาเป็นการศึกษาเชิงพรรณา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง เก็บข้อมูลจากพนักงานที่ปฏิบัติงานในโรงงานเหล็กแห่งหนึ่งจำนวน 296 ราย เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามแบบตอบด้วยตนเองและแบบบันทึกข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล มีการเปรียบเทียบผลการใช้เครื่องมือด้วย weighted kappa และวิเคราะห์ความความสัมพันธ์ระหว่างผลการประเมินด้วยเครื่องมือทั้งสองกับอาการผิดปกติทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อ นอกจากนี้มีการใช้สถิติ Fisher’s exact test และ crude odds ratio โดยกำหนดช่วงความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95 ผลการศึกษาพบว่า ความสอดคล้องของผลการใช้เครื่องมือระหว่าง REBA และ QEC พบว่าอยู่ในระดับน้อยและพอใช้ โดยมีค่า weighted kappa อยู่ระหว่าง 0.02-0.27 พนักงานรายการอาการผิดปกติทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อในกลุ่มตัวอย่างในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา มีความชุกร้อยละ 69.01 และร้อยละ 50.51 ของผู้ที่มีอาการผิดปกติ ได้รับผลกระทบต่อการทำงานจากอาการผิดปกติดังกล่าว เมื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องมือทั้งสองและอาการผิดปกติ ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างผลจากการใช้เครื่องมือ REBA กับอาการผิดปกติ แต่พบความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรวมของเครื่องมือ QEC กับอาการผิดปกติทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อ การศึกษาเพิ่มเติมต่อเนื่องจากการศึกษานี้ที่น่าสนใจได้แก่ การศึกษาในโรงงานเหล็กอื่นและอุตสาหกรรมอื่น ตลอดจนการเปรียบเทียบผลการใช้เครื่องมือกับ direct method 
Office of Academic Resources, Chulalongkorn University
Title: การเปรียบเทียบผลการใช้เครื่องมือประเมินทางการยศาสตร์ระหว่าง Rapid Entire Body Assessment (REBA) และ Quick Exposure Check (QEC) ในโรงงานเหล็กแห่งหนึ่ง
Description:
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลจากการใช้เครื่องมือประเมินด้านการยศาสตร์ระหว่าง Rapid Entire Body Assessment (REBA) และ Quick Exposure Check (QEC) และความสัมพันธ์ระหว่างผลจากการใช้เครื่องมือทั้งสองกับอาการผิดปกติทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อที่พบ รูปแบบการศึกษาเป็นการศึกษาเชิงพรรณา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง เก็บข้อมูลจากพนักงานที่ปฏิบัติงานในโรงงานเหล็กแห่งหนึ่งจำนวน 296 ราย เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามแบบตอบด้วยตนเองและแบบบันทึกข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล มีการเปรียบเทียบผลการใช้เครื่องมือด้วย weighted kappa และวิเคราะห์ความความสัมพันธ์ระหว่างผลการประเมินด้วยเครื่องมือทั้งสองกับอาการผิดปกติทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อ นอกจากนี้มีการใช้สถิติ Fisher’s exact test และ crude odds ratio โดยกำหนดช่วงความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95 ผลการศึกษาพบว่า ความสอดคล้องของผลการใช้เครื่องมือระหว่าง REBA และ QEC พบว่าอยู่ในระดับน้อยและพอใช้ โดยมีค่า weighted kappa อยู่ระหว่าง 0.
02-0.
27 พนักงานรายการอาการผิดปกติทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อในกลุ่มตัวอย่างในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา มีความชุกร้อยละ 69.
01 และร้อยละ 50.
51 ของผู้ที่มีอาการผิดปกติ ได้รับผลกระทบต่อการทำงานจากอาการผิดปกติดังกล่าว เมื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องมือทั้งสองและอาการผิดปกติ ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างผลจากการใช้เครื่องมือ REBA กับอาการผิดปกติ แต่พบความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรวมของเครื่องมือ QEC กับอาการผิดปกติทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อ การศึกษาเพิ่มเติมต่อเนื่องจากการศึกษานี้ที่น่าสนใจได้แก่ การศึกษาในโรงงานเหล็กอื่นและอุตสาหกรรมอื่น ตลอดจนการเปรียบเทียบผลการใช้เครื่องมือกับ direct method .

Related Results

Tijelo u opusu Janka Polića Kamova
Tijelo u opusu Janka Polića Kamova
The doctoral disertation is dedicated to the concept of the body in the works of Janko Polić Kamov. The body is approached as a signifier system on the basis of which numerous and ...
[RETRACTED] Keanu Reeves CBD Gummies v1
[RETRACTED] Keanu Reeves CBD Gummies v1
[RETRACTED]Keanu Reeves CBD Gummies ==❱❱ Huge Discounts:[HURRY UP ] Absolute Keanu Reeves CBD Gummies (Available)Order Online Only!! ❰❰= https://www.facebook.com/Keanu-Reeves-CBD-G...
การระบุเพศและอาณาเขตที่อยู่อาศัยของนกเค้ากู่ Otus lettia (Hodgson, 1836) ที่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี
การระบุเพศและอาณาเขตที่อยู่อาศัยของนกเค้ากู่ Otus lettia (Hodgson, 1836) ที่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี
การศึกษาทางสัณฐานวิทยาของนกเค้ากู่จากตัวอย่างพิพิธภัณฑ์จำนวน 48 ตัว (เพศผู้ 30 ตัวและเพศเมีย 18 ตัว) พบลักษณะที่มีความแตกต่างกันระหว่างเพศ 3 ลักษณะคือ ความยาวปีก (WL) ความยาวนิ้วที...
การผลิตเนยงาดำ Sesamum indicum Linn.
การผลิตเนยงาดำ Sesamum indicum Linn.
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการผลิตเนยงาดำในภาวะต่างๆ เมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของงาดำพบว่ามี ไขมันร้อยละ 52.60 โดยน้ำหนัก เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวร้อยละ 83.16 ประกอ...
การแปรทางสังคมของพยัญชนะควบกล้ำ (kw) และ (khw) ในภาษาไทยถิ่น ตำบลบ้านแพรก อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การแปรทางสังคมของพยัญชนะควบกล้ำ (kw) และ (khw) ในภาษาไทยถิ่น ตำบลบ้านแพรก อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การไม่ออกเสียงควบกล้ำ ซึ่งเป็นการออกเสียงแบบไม่มาตรฐาน เป็นปรากฏการณ์ที่พบในหลายภาษา รวมทั้งในภาษาไทยด้วย ดังจะเห็นได้ในงานวิจัยของเลสลี บีบี (Beebe, 1974) ซึ่งพบว่าปัจจัยทางสังคมม...
การเปรียบเทียบคำเสริมกริยาบอกทิศทาง "Shang" "Xia" ในภาษาจีนกลางกับคำภาษาไทยในลักษณะเดียวกัน
การเปรียบเทียบคำเสริมกริยาบอกทิศทาง "Shang" "Xia" ในภาษาจีนกลางกับคำภาษาไทยในลักษณะเดียวกัน
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อศึกษาความหมายต่าง ๆ ของคำเสริมกริยาบอกทิศทาง shang และ xia ในภาษาจีนกลาง ตลอดจนศึกษาคำเสริมกริยาบอกทิศทาง shang และ xia เปรียบเทียบกับคำภาษาไทยใน...
ผลของตัวคีเลตต่อการสะสมแคดเมียมของทานตะวัน Helianthus annuus Linn.
ผลของตัวคีเลตต่อการสะสมแคดเมียมของทานตะวัน Helianthus annuus Linn.
การศึกษาผลของคีเลตต่อการสะสมแคดเมียมของทานตะวัน (Helianthus annuus Linn.) โดยการปลูกทานตะวันในกระถางทดลองที่เติมสารละลายแคดเมียมไนเตรต (Cd(NO[subscript 3])[subscript 2]4H[subscript...
การสะสมของมลสารอินทรีย์ชนิดสลายตัวยากในดินตะกอนและหอยแมลงภู่ Perna viridis จากบริเวณเอสทูรีแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร
การสะสมของมลสารอินทรีย์ชนิดสลายตัวยากในดินตะกอนและหอยแมลงภู่ Perna viridis จากบริเวณเอสทูรีแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร
ทำการวิเคราะห์ปริมาณมลสารอินทรีย์ชนิดสลายตัวยาก (Persistent Organic Pollutants, POPs) ในดินตะกอนและหอยแมลงภู่บริเวณปากแม่น้ำท่าจีน โดยการสกัดตัวอย่างด้วยสารละลายไดคลอโรมีเทนโดยวิธี...

Back to Top