Javascript must be enabled to continue!
ผลของอาหารต่างชนิดต่อการเติบโตและการผลิต Ecteinascidins ของเพรียงหัวหอม Ecteinascidia thurstoni herdman, 1891
View through CrossRef
เพรียงหัวหอม Ecteinascidia thurstoni Herdman, 1891 ซึ่งพบเฉพาะบริเวณเกาะภูเก็ต จัดเป็นเพรียงหัวหอมชนิดแรกในทวีปเอเชียที่สามารถผลิตสารทุติยภูมิที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพในกลุ่ม Ecteinascidins (ET) ซึ่งสารชนิดดังกล่าวสามารถเปลี่ยนเป็นสาร Ecteinascidin 743 (ET 743) ที่มีศักยภาพในการนำมาใช้เป็นยารักษาโรคมะเร็งได้ ในการเพาะเลี้ยงเพรียงหัวหอมนั้น“อาหาร” จัดเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่สามารถส่งผลต่อการเติบโตและการผลิตสารทุติยภูมิที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ อย่างไรก็ตามพบว่า ยังไม่มีการศึก ษาชนิดของอาหารที่สามารถส่งผลดังกล่าวได้ การศึกษาครั้งนี้จึงทำการเพาะเลี้ยงเพรียงหัวหอม E. thurstoni ในโรงเพาะเลี้ยงโดยให้อาหารที่เป็นแพลงก์ตอนพืช 3 ชนิดได้แก่ 1) Chaetoceros gracilis (CG) 2) Isochrysis galbana (IG) และ 3) Nannochloropsis sp. (NA) โดยให้แบบชนิดเดียวและแบบผสม เปรียบเทียบกับอาหารเม็ดสำเร็จรูป (DP) โดยมีชุดที่ไม่ให้อาหารเป็นชุดควบคุม (CTRL) กำหนดการเลี้ยงและเก็บข้อมูล 9 สัปดาห์ เพื่อศึกษาการเติบโตและหาปริมาณสาร ET ภายหลังการเลี้ยง ผลการศึกษาพบว่าจำนวนซูออยด์เฉลี่ยต่อโคโลนี ความยาวซูออยด์เฉลี่ยต่อโคโลนี และพื้นที่การปกคลุมโคโลนีเฉลี่ยของเพรียงหัวหอม มีความแตกต่างกันทางสถิติระหว่างเพรียงหัวหอมที่ให้อาหารที่แตกต่างกัน แต่ไม่พบความแตกต่างทางสถิติเมื่อเพรียงหัวหอมได้รับอาหารแบบผสม เพรียงหัวหอมที่ได้รับ CG เป็นอาหารมีจำนวนซูออยด์เฉลี่ย ความยาวซูออยด์เฉลี่ย และพื้นที่ปกคลุมเฉลี่ยสูงสุด ที่ 40.67 ซูออยด์, 5.28 มิลลิเมตร และ 6.66 เปอร์เซนต์ ตามลำดับ ทั้งนี้เพรียงหัวหอมที่ได้รับอาหารผสมระหว่าง CG และ NA มีจำนวนซูออยด์เฉลี่ยและความยาวซูออยด์เฉลี่ยสูงสุด ที่ 7.24 ซูออยด์ และ 3.59 มิลลิเมตร ตามลำดับ แต่เพรียงหัวหอมที่ได้รับอาหารผสมระหว่าง CG และ IG มีพื้นที่ปกคลุมโคโลนีเฉลี่ยสูงสุด ที่ 1.63 เปอร์เซนต์ อนึ่งพบ ET 770 ปริมาณสูงในเพรียงหัวหอมที่ให้ CG กับ CG และ IG (3.43 และ 4.53 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมน้ำหนักแห้งของเพรียงหัวหอม) ตามลำดับ ขณะที่พบสาร ET 770 ปริมาณต่ำในเพรียงหัวหอมที่ได้รับ NA กับ CG และ NA เป็นอาหาร (0.68 และ 0.63 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมน้ำหนักแห้งของเพรียงหัวหอม) ตามลำดับ ผลการศึกษาสรุปได้ว่าเพรียงหัวหอมที่ได้รับ CG เป็นอาหารเพียงชนิดเดียวและเพรียงหัวหอมที่ได้รับ CG และ IG เป็นอาหารผสม มีความเหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงเพรียงหัวหอม E. thurstoni ในระบบเพาะเลี้ยงให้มีการเติบโตที่ดีและมีปริมาณเพียงพอในการนำไปสกัดเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านโรคมะเร็ง
Title: ผลของอาหารต่างชนิดต่อการเติบโตและการผลิต Ecteinascidins ของเพรียงหัวหอม Ecteinascidia thurstoni herdman, 1891
Description:
เพรียงหัวหอม Ecteinascidia thurstoni Herdman, 1891 ซึ่งพบเฉพาะบริเวณเกาะภูเก็ต จัดเป็นเพรียงหัวหอมชนิดแรกในทวีปเอเชียที่สามารถผลิตสารทุติยภูมิที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพในกลุ่ม Ecteinascidins (ET) ซึ่งสารชนิดดังกล่าวสามารถเปลี่ยนเป็นสาร Ecteinascidin 743 (ET 743) ที่มีศักยภาพในการนำมาใช้เป็นยารักษาโรคมะเร็งได้ ในการเพาะเลี้ยงเพรียงหัวหอมนั้น“อาหาร” จัดเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่สามารถส่งผลต่อการเติบโตและการผลิตสารทุติยภูมิที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ อย่างไรก็ตามพบว่า ยังไม่มีการศึก ษาชนิดของอาหารที่สามารถส่งผลดังกล่าวได้ การศึกษาครั้งนี้จึงทำการเพาะเลี้ยงเพรียงหัวหอม E.
thurstoni ในโรงเพาะเลี้ยงโดยให้อาหารที่เป็นแพลงก์ตอนพืช 3 ชนิดได้แก่ 1) Chaetoceros gracilis (CG) 2) Isochrysis galbana (IG) และ 3) Nannochloropsis sp.
(NA) โดยให้แบบชนิดเดียวและแบบผสม เปรียบเทียบกับอาหารเม็ดสำเร็จรูป (DP) โดยมีชุดที่ไม่ให้อาหารเป็นชุดควบคุม (CTRL) กำหนดการเลี้ยงและเก็บข้อมูล 9 สัปดาห์ เพื่อศึกษาการเติบโตและหาปริมาณสาร ET ภายหลังการเลี้ยง ผลการศึกษาพบว่าจำนวนซูออยด์เฉลี่ยต่อโคโลนี ความยาวซูออยด์เฉลี่ยต่อโคโลนี และพื้นที่การปกคลุมโคโลนีเฉลี่ยของเพรียงหัวหอม มีความแตกต่างกันทางสถิติระหว่างเพรียงหัวหอมที่ให้อาหารที่แตกต่างกัน แต่ไม่พบความแตกต่างทางสถิติเมื่อเพรียงหัวหอมได้รับอาหารแบบผสม เพรียงหัวหอมที่ได้รับ CG เป็นอาหารมีจำนวนซูออยด์เฉลี่ย ความยาวซูออยด์เฉลี่ย และพื้นที่ปกคลุมเฉลี่ยสูงสุด ที่ 40.
67 ซูออยด์, 5.
28 มิลลิเมตร และ 6.
66 เปอร์เซนต์ ตามลำดับ ทั้งนี้เพรียงหัวหอมที่ได้รับอาหารผสมระหว่าง CG และ NA มีจำนวนซูออยด์เฉลี่ยและความยาวซูออยด์เฉลี่ยสูงสุด ที่ 7.
24 ซูออยด์ และ 3.
59 มิลลิเมตร ตามลำดับ แต่เพรียงหัวหอมที่ได้รับอาหารผสมระหว่าง CG และ IG มีพื้นที่ปกคลุมโคโลนีเฉลี่ยสูงสุด ที่ 1.
63 เปอร์เซนต์ อนึ่งพบ ET 770 ปริมาณสูงในเพรียงหัวหอมที่ให้ CG กับ CG และ IG (3.
43 และ 4.
53 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมน้ำหนักแห้งของเพรียงหัวหอม) ตามลำดับ ขณะที่พบสาร ET 770 ปริมาณต่ำในเพรียงหัวหอมที่ได้รับ NA กับ CG และ NA เป็นอาหาร (0.
68 และ 0.
63 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมน้ำหนักแห้งของเพรียงหัวหอม) ตามลำดับ ผลการศึกษาสรุปได้ว่าเพรียงหัวหอมที่ได้รับ CG เป็นอาหารเพียงชนิดเดียวและเพรียงหัวหอมที่ได้รับ CG และ IG เป็นอาหารผสม มีความเหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงเพรียงหัวหอม E.
thurstoni ในระบบเพาะเลี้ยงให้มีการเติบโตที่ดีและมีปริมาณเพียงพอในการนำไปสกัดเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านโรคมะเร็ง.
Related Results
ชีววิทยาของเพรียงหัวหอม Ecteinascidia thurstoni Herdman, 1891 เพื่อการเพาะเลี้ยง
ชีววิทยาของเพรียงหัวหอม Ecteinascidia thurstoni Herdman, 1891 เพื่อการเพาะเลี้ยง
ทำการศึกษาชีววิทยาเพื่อการเพาะเลี้ยงเพรียงหัวหอม Ecteinascidia thurstoni Herdman, 1891 ซึ่งพบบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดภูเก็ต เพรียงหัวหอมชนิดนี้ให้สารกลุ่ม Ecteinascidins ซ...
ผลของแสงและความเค็มต่อการเติบโตและการผลิตสาร Ecteinascidins ของเพรียงหัวหอม Ecteinascidia thurstoni Herdman, 1891
ผลของแสงและความเค็มต่อการเติบโตและการผลิตสาร Ecteinascidins ของเพรียงหัวหอม Ecteinascidia thurstoni Herdman, 1891
ศึกษาผลของแสงและความเค็มต่อการเติบโตและการผลิตสาร ecteinascidins (ET) ของเพรียงหัวหอม Ecteinascidia thurstoni โดยแบ่งการศึกษาปัจจัยของแสง ออกเป็น 5 ชุดการทดลอง ที่ 0, 25, 50, 75 แล...
Abstract 1738: Pan-inhibition of super-enhancer-driven oncogenic transcription by novel synthetic ecteinascidins yields potent anti-cancer activity
Abstract 1738: Pan-inhibition of super-enhancer-driven oncogenic transcription by novel synthetic ecteinascidins yields potent anti-cancer activity
Abstract
Transcriptional addiction is a cancer hallmark, defined as the strong dependence of cancer cells on the high transcriptional activity of specific oncogenes ...
Distribution of three mobulid ray species (Mobula tarapacana, M. mobular, and M. thurstoni) in the western Atlantic and Caribbean
Distribution of three mobulid ray species (Mobula tarapacana, M. mobular, and M. thurstoni) in the western Atlantic and Caribbean
Populations of rays in the family Mobulidae have been declining globally, mainly due to fishing pressure. Within this family, devil rays remain far less understood than the more co...
Effects of ecteinascidin 770 on lung cancer NCI-H23 cell anoikis
Effects of ecteinascidin 770 on lung cancer NCI-H23 cell anoikis
Anti-metastasis have received increased research effort and clinical attention. The anoikis-sensitizing effect of ecteinascidin 770 (ET-770) was investigated in the present study i...
Testudodinium gen. nov. (Dinophyceae), a new genus of sand‐dwelling dinoflagellates formerly classified in the genus Amphidinium
Testudodinium gen. nov. (Dinophyceae), a new genus of sand‐dwelling dinoflagellates formerly classified in the genus Amphidinium
SUMMARYA new genus of sand‐dwelling photosynthetic dinoflagellate, Testudodinium Horiguchi, Tamura, Katsumata et A. Yamaguchi is proposed based on Testudodinium testudo (Herdman) H...
FORCING AND FORBIDDING SPEECH: SILENCE AND RACIAL IDENTITY IN "MARIANA" (1871) AND "MARIANA" (1891)
FORCING AND FORBIDDING SPEECH: SILENCE AND RACIAL IDENTITY IN "MARIANA" (1871) AND "MARIANA" (1891)
Abstract: Though several scholars have noted parallels between "Mariana" (1871) and "Mariana" (1891), many dismiss them as disparate stories that happen to share the same name. My...
The Timing and Prevalence of Women's Marriage in the French Department of the Loire, 1851-1891
The Timing and Prevalence of Women's Marriage in the French Department of the Loire, 1851-1891
This article examines the determinants of the timing and prevalence of female marriage in a sample of 33 rural villages in the French department of the Loire in the second half of ...

