Javascript must be enabled to continue!
การสร้างกล้าเชื้อในวัสดุพาหะเพื่อเสริมการรอดชีวิตของกลุ่มแบคทีเรีย STK ในดินปนเปื้อนไพรีน
View through CrossRef
กลุ่มแบคทีเรีย STK ซึ่งประกอบด้วยสกุล Zoogloea sp., Stenotrophomonas sp. และ Mesorhizobium sp. เป็นกลุ่มแบคทีเรียที่มีสมบัติไฮโดรโฟบิกสูง สามารถย่อยสลายและใช้ไพรีนเป็นแหล่งคาร์บอนและพลังงานได้ งานวิจัยนี้ได้ทดลองสร้างกล้าเชื้อแบคทีเรียนี้ในวัสดุพาหะปลอดเชื้อ ซึ่งประกอบด้วยเปลือกถั่ว เศษใบไม้ชนิดต่างๆ ใบมะขามและสารเร่ง พด.1 โดยเลี้ยง STK ในวัสดุพาหะที่เติมไพรีนเข้มข้น 100 พีพีเอ็ม ปรับความชื้นให้ได้ 70% ของความจุสูงสุดในการอุ้มน้ำ บ่มไว้ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ในที่มืด ทุกๆ 7 วัน นำตัวอย่างจากชุดทดลองและชุดควบคุมซึ่งไม่เติมกลุ่มแบคทีเรีย STK ไปนับการเจริญของ STK บนอาหารเลี้ยงเชื้อและนำไปสกัดและวิเคราะห์ปริมาณไพรีนด้วยวิธี HPLC เพื่อคัดเลือกวัสดุที่ให้การเจริญและสามารถย่อยสลายไพรีนได้ดี พบว่า วันที่ 14 ของการทดลอง STK ที่เลี้ยงในเปลือกถั่วและเศษใบไม้ชนิดต่างๆ สามารถเจริญได้อย่างรวดเร็วและย่อยสลายไพรีนได้ 50% ของปริมาณไพรีนเริ่มต้น ส่วน STK ที่เลี้ยงในใบมะขามและสารเร่ง พด.1 เจริญและย่อยสลายไพรีนได้น้อยกว่า จึงนำ STK มาเลี้ยงในเปลือกถั่วและเศษใบไม้ชนิดต่างๆ โดยใช้สภาวะเดียวกับการทดลองก่อนหน้านี้ โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ทดลองเลี้ยงกล้าเชื้อแบคทีเรีย เป็นเวลา 6 เดือน โดยนับจำนวนสมาชิกในกลุ่ม STK ทุกๆ 20 วัน เพื่อประเมินการมีชีวิต พบว่า STK สามารถเพิ่มจำนวนและมีจำนวนคงเดิม เป็นเวลา 60 วัน จากนั้นจะลดจำนวนลงอย่างช้าๆ และพบว่าStenotrophomonas sp. เพิ่มจำนวนได้มากกว่า Zoogloea sp. และ Mesorhizobium sp. ซึ่งมีการเพิ่มจำนวนใกล้เคียงกัน ส่วนที่ 2 การใช้กล้าเชื้อแบคทีเรียในการบำบัดการปนเปื้อนของไพรีนที่มีความเข้มข้น 100 และ 1000 พีพีเอ็ม ในดินโดยย่อยสลายในสภาวะ solid และ slurry บ่มไว้ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ในที่มืด พบว่า ในดินสภาวะ solid ที่มีไพรีน 100 และ 1000 พีพีเอ็ม แบคทีเรีย STK ที่เลี้ยงในเปลือกถั่ว มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและย่อยสลายไพรีนได้ 78 และ 54% ของปริมาณไพรีนเริ่มต้น ตามลำดับ ภายใน 60 วัน ส่วนดินสภาวะ slurry ที่มีไพรีน 100 พีพีเอ็ม พบว่า แบคทีเรีย STK ที่เลี้ยงในเปลือกถั่วเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและสามารถย่อยสลายไพรีนโดยตรวจไม่พบไพรีนภายใน 10 วัน และในวันเดียวกันที่ความเข้มข้น 1000 พีพีเอ็ม STK เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆและสามารถย่อยสลายไพรีนได้ 72% ของปริมาณไพรีนเริ่มต้น
Title: การสร้างกล้าเชื้อในวัสดุพาหะเพื่อเสริมการรอดชีวิตของกลุ่มแบคทีเรีย STK ในดินปนเปื้อนไพรีน
Description:
กลุ่มแบคทีเรีย STK ซึ่งประกอบด้วยสกุล Zoogloea sp.
, Stenotrophomonas sp.
และ Mesorhizobium sp.
เป็นกลุ่มแบคทีเรียที่มีสมบัติไฮโดรโฟบิกสูง สามารถย่อยสลายและใช้ไพรีนเป็นแหล่งคาร์บอนและพลังงานได้ งานวิจัยนี้ได้ทดลองสร้างกล้าเชื้อแบคทีเรียนี้ในวัสดุพาหะปลอดเชื้อ ซึ่งประกอบด้วยเปลือกถั่ว เศษใบไม้ชนิดต่างๆ ใบมะขามและสารเร่ง พด.
1 โดยเลี้ยง STK ในวัสดุพาหะที่เติมไพรีนเข้มข้น 100 พีพีเอ็ม ปรับความชื้นให้ได้ 70% ของความจุสูงสุดในการอุ้มน้ำ บ่มไว้ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ในที่มืด ทุกๆ 7 วัน นำตัวอย่างจากชุดทดลองและชุดควบคุมซึ่งไม่เติมกลุ่มแบคทีเรีย STK ไปนับการเจริญของ STK บนอาหารเลี้ยงเชื้อและนำไปสกัดและวิเคราะห์ปริมาณไพรีนด้วยวิธี HPLC เพื่อคัดเลือกวัสดุที่ให้การเจริญและสามารถย่อยสลายไพรีนได้ดี พบว่า วันที่ 14 ของการทดลอง STK ที่เลี้ยงในเปลือกถั่วและเศษใบไม้ชนิดต่างๆ สามารถเจริญได้อย่างรวดเร็วและย่อยสลายไพรีนได้ 50% ของปริมาณไพรีนเริ่มต้น ส่วน STK ที่เลี้ยงในใบมะขามและสารเร่ง พด.
1 เจริญและย่อยสลายไพรีนได้น้อยกว่า จึงนำ STK มาเลี้ยงในเปลือกถั่วและเศษใบไม้ชนิดต่างๆ โดยใช้สภาวะเดียวกับการทดลองก่อนหน้านี้ โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ทดลองเลี้ยงกล้าเชื้อแบคทีเรีย เป็นเวลา 6 เดือน โดยนับจำนวนสมาชิกในกลุ่ม STK ทุกๆ 20 วัน เพื่อประเมินการมีชีวิต พบว่า STK สามารถเพิ่มจำนวนและมีจำนวนคงเดิม เป็นเวลา 60 วัน จากนั้นจะลดจำนวนลงอย่างช้าๆ และพบว่าStenotrophomonas sp.
เพิ่มจำนวนได้มากกว่า Zoogloea sp.
และ Mesorhizobium sp.
ซึ่งมีการเพิ่มจำนวนใกล้เคียงกัน ส่วนที่ 2 การใช้กล้าเชื้อแบคทีเรียในการบำบัดการปนเปื้อนของไพรีนที่มีความเข้มข้น 100 และ 1000 พีพีเอ็ม ในดินโดยย่อยสลายในสภาวะ solid และ slurry บ่มไว้ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ในที่มืด พบว่า ในดินสภาวะ solid ที่มีไพรีน 100 และ 1000 พีพีเอ็ม แบคทีเรีย STK ที่เลี้ยงในเปลือกถั่ว มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและย่อยสลายไพรีนได้ 78 และ 54% ของปริมาณไพรีนเริ่มต้น ตามลำดับ ภายใน 60 วัน ส่วนดินสภาวะ slurry ที่มีไพรีน 100 พีพีเอ็ม พบว่า แบคทีเรีย STK ที่เลี้ยงในเปลือกถั่วเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและสามารถย่อยสลายไพรีนโดยตรวจไม่พบไพรีนภายใน 10 วัน และในวันเดียวกันที่ความเข้มข้น 1000 พีพีเอ็ม STK เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆและสามารถย่อยสลายไพรีนได้ 72% ของปริมาณไพรีนเริ่มต้น.
Related Results
ผลของภาวะการเก็บเชื้อต่อการรอดชีวิตและความสามารถในการย่อยสลายไพรีนของกล้าเชื้อกลุ่มแบคทีเรีย STK
ผลของภาวะการเก็บเชื้อต่อการรอดชีวิตและความสามารถในการย่อยสลายไพรีนของกล้าเชื้อกลุ่มแบคทีเรีย STK
กลุ่มแบคทีเรีย STK สามารถย่อยสลายและใช้ไพรีนซึ่งเป็นสารพิษเป็นแหล่งคาร์บอนและแหล่งพลังงานได้ งานวิจัยนี้มุ่งที่จะเก็บรักษากลุ่มแบคทีเรีย STK ในเศษใบไม้เพื่อใช้ในการบำบัดการปนเปื้อน...
STK® Sperm Tracker STK Skin verbessert die Detektion von Sperma auf der Haut und hilft bei der Untersuchung von Gewaltopfern
STK® Sperm Tracker STK Skin verbessert die Detektion von Sperma auf der Haut und hilft bei der Untersuchung von Gewaltopfern
Zusammenfassung
Hintergrund
Die konventionelle Identifizierung von Spermaspuren auf dem Körper einer von sexualisierter Gewalt betroffenen Person...
การสลายไพรีนในดินที่ปนเปื้อนน้ำมันโดยกลุ่มแบคทีเรีย STK ร่วมกับสารลดแรงตึงผิวหรือแบคทีเรียที่สร้างสารลดแรงตึงผิว
การสลายไพรีนในดินที่ปนเปื้อนน้ำมันโดยกลุ่มแบคทีเรีย STK ร่วมกับสารลดแรงตึงผิวหรือแบคทีเรียที่สร้างสารลดแรงตึงผิว
งานวิจัยนี้ศึกษาผลการนำกลุ่มแบคทีเรีย STK ซึ่งประกอบด้วย Zoogloea sp., Stenotrophomonas sp. และ Mesorhizobium sp. มาย่อยสลายไพรีนที่ปนเปื้อนในดิน ร่วมกับการใช้สารลดแรงตึงผิวชีวภาพ ...
Küreselleşme, STK Diplomasisi ve Türkiye: Eğitim-Bir-Sen Örneği
Küreselleşme, STK Diplomasisi ve Türkiye: Eğitim-Bir-Sen Örneği
Soğuk Savaş’ın sona ermesiyle birlikte yeni bir ivme kazanan küreselleşme aynı zamanda uluslararası ilişkileri çok boyutlu ve çok katmanlı bir niteliğe kavuşturmuştur. Sivil toplum...
การย่อยสลายไพรีนที่ปนเปื้อนในดินด้วยกลุ่มแบคทีเรียไฮโดรโฟบิก STK ที่เตรียมในวัสดุเหลือใช้จากพืช
การย่อยสลายไพรีนที่ปนเปื้อนในดินด้วยกลุ่มแบคทีเรียไฮโดรโฟบิก STK ที่เตรียมในวัสดุเหลือใช้จากพืช
STK เป็นกลุ่มแบคทีเรียที่มีสมบัติไม่ชอบน้ำสามารถเข้าจับกับสารกลุ่ม PAHs ซึ่งมีคุณสมบัติไม่ชอบน้ำเช่นกันได้ พบว่ากลุ่มแบคทีเรีย STK สามารถใช้ไพรีนเป็นแหล่งคาร์บอนและแหล่งพลังงานได้...
The Arabidopsis MADS-Domain Transcription Factor SEEDSTICK Controls Seed Size via Direct Activation of E2Fa
The Arabidopsis MADS-Domain Transcription Factor SEEDSTICK Controls Seed Size via Direct Activation of E2Fa
Seed size is the result of complex molecular networks controlling the development of the seed coat (of maternal origin) and the two fertilization products, the embryo and the endos...
Analysis of Centralized Inter-satellite Link Network Coverage Based on STK and Matlab
Analysis of Centralized Inter-satellite Link Network Coverage Based on STK and Matlab
Abstract
Aiming at solving the problem of network coverage of GNSS system inter-satellite measurement and control link, the method of joint STK and Matlab is adopted...
Analysis of Distributed Inter-satellite Link Network Coverage Based on STK and Matlab
Analysis of Distributed Inter-satellite Link Network Coverage Based on STK and Matlab
Abstract
Jointing STK and Matlab to solve the problem of GNSS system inter-satellite measurement and control network coverage. By using the interface provided by bot...

