Search engine for discovering works of Art, research articles, and books related to Art and Culture
ShareThis
Javascript must be enabled to continue!

ผลของภาวะการเก็บเชื้อต่อการรอดชีวิตและความสามารถในการย่อยสลายไพรีนของกล้าเชื้อกลุ่มแบคทีเรีย STK

View through CrossRef
กลุ่มแบคทีเรีย STK สามารถย่อยสลายและใช้ไพรีนซึ่งเป็นสารพิษเป็นแหล่งคาร์บอนและแหล่งพลังงานได้ งานวิจัยนี้มุ่งที่จะเก็บรักษากลุ่มแบคทีเรีย STK ในเศษใบไม้เพื่อใช้ในการบำบัดการปนเปื้อนของไพรีนในดิน เศษใบไม้ประกอบด้วยใบจามจุรี ใบหูกวาง ใบโพธิ์ และใบประดู่ เลี้ยงกลุ่มแบคทีเรีย STK ในเศษใบไม้ที่แบ่งเป็นไม่เติม และเติมไพรีน 100 พีพีเอ็ม และปรับความชื้น บ่มที่อุณหภูมิ 30 ℃ ในที่มืด เป็นเวลา 14 วัน แบ่งกล้าเชื้อที่สร้างเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ใช้กล้าเชื้อ 1.5 กรัม เก็บใส่ถุงอะลูมิเนียม ปิดถุงและทำให้ภายในเป็นสุญญากาศ แยกเก็บที่อุณหภูมิ 4℃ และอุณหภูมิห้อง ส่วนที่ 2 ใช้กล้าเชื้อเดียวกัน นำไปลดความชื้นให้เป็น 40% และ 30%ของความจุสูงสุดในการอุ้มน้ำ โดยการทำให้แห้งแบบเยือกแข็ง เก็บใส่ถุงอะลูมิเนียมและปิดถุงให้ภายในเป็นสุญญากาศ แยกเก็บที่ภาวะเดียวกับส่วนที่1 เปรียบเทียบกับกลุ่มแบคทีเรีย STK ที่เก็บรักษาด้วยวิธีไลโอฟิไลซ์ที่มี 10% ซูโครส เป็นสารป้องกันความเย็น และเก็บที่อุณหภูมิ 4 ℃ เมื่อครบเวลา 0 4 8 และ 12 เดือนนับจำนวนเชื้อ STK ที่เก็บทั้ง 2 แบบโดยทำ Viable plate count พบว่าการเก็บที่อุณหภูมิ 4 ℃ ให้การอยู่รอดชีวิตสูงกว่าที่อุณหภูมิห้อง และพบว่าการเก็บด้วยวิธีไลโอฟิไลซ์มีการรอดชีวิตสูงกว่าวิธีที่เก็บด้วยการเลี้ยงกล้าเชื้อในเศษใบไม้ โดยพบว่าในเดือนที่ 8 และ 12 ของการเก็บรักษา จำนวนเซลล์ลดลง 13.3% และ17.6% ตามลำดับ และพบว่าในภาวะการเลี้ยงในเศษใบไม้ที่ความชื้น30%ของความจุสูงสุดในการอุ้มน้ำ ใส่ไพรีน เก็บที่อุณหภูมิ 4 oซ มีการรอดชีวิตใกล้เคียงกับไลโอฟิไลซ์ที่สุด คือ ค่า จำนวนเซลล์ลดลงลดลง 29.3% และ 36.8% เมื่อทำการทดสอบความสามารถในการย่อยสลายไพรีน 100 พีพีเอ็ม โดยเติมกล้าเชื้อในเศษใบไม้หรือในไลโอฟิไลซ์ ลงในสเลอรีดิน (ดิน : น้ำ = 1: 8) ที่ไม่ปลอดเชื้อ วิเคราะห์ปริมาณไพรีน ด้วยวิธี HPLC พบว่า กลุ่มแบคทีเรีย STK ที่เก็บโดยเลี้ยงในเศษใบไม้สามารถย่อยสลายไพรีนได้ดีกว่าการเก็บด้วยวิธีไลโอฟิไลซ์ โดยในเดือนที่12 ของการเก็บรักษา กลุ่มแบคทีเรีย STK ที่เลี้ยงในเศษใบไม้ที่ความชื้น 30%ของความจุสูงสุดในการอุ้มน้ำ ใส่และไม่ใส่ไพรีน เก็บที่อุณหภูมิ 4 ℃ ทำให้ปริมาณไพรีนที่เหลืออยู่ เท่ากับ และ 6.8% และ 10.5% ตามลำดับ ขณะที่การเก็บรักษากลุ่มแบคทีเรีย STK ด้วยวิธืไลโอฟไลซ์ทำให้ปริมาณไพรีนที่เหลืออยู่ 11%. ติดตามพลวัตรประชากรกลุ่มแบคทีเรีย STK ในช่วงเวลาของการบำบัดไพรีนในสเลอรีดินด้วยวิธี Denaturing Gradient Gel Electrophoresis
Office of Academic Resources, Chulalongkorn University
Title: ผลของภาวะการเก็บเชื้อต่อการรอดชีวิตและความสามารถในการย่อยสลายไพรีนของกล้าเชื้อกลุ่มแบคทีเรีย STK
Description:
กลุ่มแบคทีเรีย STK สามารถย่อยสลายและใช้ไพรีนซึ่งเป็นสารพิษเป็นแหล่งคาร์บอนและแหล่งพลังงานได้ งานวิจัยนี้มุ่งที่จะเก็บรักษากลุ่มแบคทีเรีย STK ในเศษใบไม้เพื่อใช้ในการบำบัดการปนเปื้อนของไพรีนในดิน เศษใบไม้ประกอบด้วยใบจามจุรี ใบหูกวาง ใบโพธิ์ และใบประดู่ เลี้ยงกลุ่มแบคทีเรีย STK ในเศษใบไม้ที่แบ่งเป็นไม่เติม และเติมไพรีน 100 พีพีเอ็ม และปรับความชื้น บ่มที่อุณหภูมิ 30 ℃ ในที่มืด เป็นเวลา 14 วัน แบ่งกล้าเชื้อที่สร้างเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ใช้กล้าเชื้อ 1.
5 กรัม เก็บใส่ถุงอะลูมิเนียม ปิดถุงและทำให้ภายในเป็นสุญญากาศ แยกเก็บที่อุณหภูมิ 4℃ และอุณหภูมิห้อง ส่วนที่ 2 ใช้กล้าเชื้อเดียวกัน นำไปลดความชื้นให้เป็น 40% และ 30%ของความจุสูงสุดในการอุ้มน้ำ โดยการทำให้แห้งแบบเยือกแข็ง เก็บใส่ถุงอะลูมิเนียมและปิดถุงให้ภายในเป็นสุญญากาศ แยกเก็บที่ภาวะเดียวกับส่วนที่1 เปรียบเทียบกับกลุ่มแบคทีเรีย STK ที่เก็บรักษาด้วยวิธีไลโอฟิไลซ์ที่มี 10% ซูโครส เป็นสารป้องกันความเย็น และเก็บที่อุณหภูมิ 4 ℃ เมื่อครบเวลา 0 4 8 และ 12 เดือนนับจำนวนเชื้อ STK ที่เก็บทั้ง 2 แบบโดยทำ Viable plate count พบว่าการเก็บที่อุณหภูมิ 4 ℃ ให้การอยู่รอดชีวิตสูงกว่าที่อุณหภูมิห้อง และพบว่าการเก็บด้วยวิธีไลโอฟิไลซ์มีการรอดชีวิตสูงกว่าวิธีที่เก็บด้วยการเลี้ยงกล้าเชื้อในเศษใบไม้ โดยพบว่าในเดือนที่ 8 และ 12 ของการเก็บรักษา จำนวนเซลล์ลดลง 13.
3% และ17.
6% ตามลำดับ และพบว่าในภาวะการเลี้ยงในเศษใบไม้ที่ความชื้น30%ของความจุสูงสุดในการอุ้มน้ำ ใส่ไพรีน เก็บที่อุณหภูมิ 4 oซ มีการรอดชีวิตใกล้เคียงกับไลโอฟิไลซ์ที่สุด คือ ค่า จำนวนเซลล์ลดลงลดลง 29.
3% และ 36.
8% เมื่อทำการทดสอบความสามารถในการย่อยสลายไพรีน 100 พีพีเอ็ม โดยเติมกล้าเชื้อในเศษใบไม้หรือในไลโอฟิไลซ์ ลงในสเลอรีดิน (ดิน : น้ำ = 1: 8) ที่ไม่ปลอดเชื้อ วิเคราะห์ปริมาณไพรีน ด้วยวิธี HPLC พบว่า กลุ่มแบคทีเรีย STK ที่เก็บโดยเลี้ยงในเศษใบไม้สามารถย่อยสลายไพรีนได้ดีกว่าการเก็บด้วยวิธีไลโอฟิไลซ์ โดยในเดือนที่12 ของการเก็บรักษา กลุ่มแบคทีเรีย STK ที่เลี้ยงในเศษใบไม้ที่ความชื้น 30%ของความจุสูงสุดในการอุ้มน้ำ ใส่และไม่ใส่ไพรีน เก็บที่อุณหภูมิ 4 ℃ ทำให้ปริมาณไพรีนที่เหลืออยู่ เท่ากับ และ 6.
8% และ 10.
5% ตามลำดับ ขณะที่การเก็บรักษากลุ่มแบคทีเรีย STK ด้วยวิธืไลโอฟไลซ์ทำให้ปริมาณไพรีนที่เหลืออยู่ 11%.
ติดตามพลวัตรประชากรกลุ่มแบคทีเรีย STK ในช่วงเวลาของการบำบัดไพรีนในสเลอรีดินด้วยวิธี Denaturing Gradient Gel Electrophoresis.

Related Results

การสร้างกล้าเชื้อในวัสดุพาหะเพื่อเสริมการรอดชีวิตของกลุ่มแบคทีเรีย STK ในดินปนเปื้อนไพรีน
การสร้างกล้าเชื้อในวัสดุพาหะเพื่อเสริมการรอดชีวิตของกลุ่มแบคทีเรีย STK ในดินปนเปื้อนไพรีน
กลุ่มแบคทีเรีย STK ซึ่งประกอบด้วยสกุล Zoogloea sp., Stenotrophomonas sp. และ Mesorhizobium sp. เป็นกลุ่มแบคทีเรียที่มีสมบัติไฮโดรโฟบิกสูง สามารถย่อยสลายและใช้ไพรีนเป็นแหล่งคาร์บอนแ...
Küreselleşme, STK Diplomasisi ve Türkiye: Eğitim-Bir-Sen Örneği
Küreselleşme, STK Diplomasisi ve Türkiye: Eğitim-Bir-Sen Örneği
Soğuk Savaş’ın sona ermesiyle birlikte yeni bir ivme kazanan küreselleşme aynı zamanda uluslararası ilişkileri çok boyutlu ve çok katmanlı bir niteliğe kavuşturmuştur. Sivil toplum...
การย่อยสลายไพรีนที่ปนเปื้อนในดินด้วยกลุ่มแบคทีเรียไฮโดรโฟบิก STK ที่เตรียมในวัสดุเหลือใช้จากพืช
การย่อยสลายไพรีนที่ปนเปื้อนในดินด้วยกลุ่มแบคทีเรียไฮโดรโฟบิก STK ที่เตรียมในวัสดุเหลือใช้จากพืช
STK เป็นกลุ่มแบคทีเรียที่มีสมบัติไม่ชอบน้ำสามารถเข้าจับกับสารกลุ่ม PAHs ซึ่งมีคุณสมบัติไม่ชอบน้ำเช่นกันได้ พบว่ากลุ่มแบคทีเรีย STK สามารถใช้ไพรีนเป็นแหล่งคาร์บอนและแหล่งพลังงานได้...
The Arabidopsis MADS-Domain Transcription Factor SEEDSTICK Controls Seed Size via Direct Activation of E2Fa
The Arabidopsis MADS-Domain Transcription Factor SEEDSTICK Controls Seed Size via Direct Activation of E2Fa
Seed size is the result of complex molecular networks controlling the development of the seed coat (of maternal origin) and the two fertilization products, the embryo and the endos...
Analysis of Centralized Inter-satellite Link Network Coverage Based on STK and Matlab
Analysis of Centralized Inter-satellite Link Network Coverage Based on STK and Matlab
Abstract Aiming at solving the problem of network coverage of GNSS system inter-satellite measurement and control link, the method of joint STK and Matlab is adopted...
Analysis of Distributed Inter-satellite Link Network Coverage Based on STK and Matlab
Analysis of Distributed Inter-satellite Link Network Coverage Based on STK and Matlab
Abstract Jointing STK and Matlab to solve the problem of GNSS system inter-satellite measurement and control network coverage. By using the interface provided by bot...

Back to Top