Search engine for discovering works of Art, research articles, and books related to Art and Culture
ShareThis
Javascript must be enabled to continue!

อัลทราสตรักเจอร์และเฟอโรโมนของต่อมแมนดิบูลาร์ในกลุ่มผึ้งงานที่หาอาหารที่พบในประเทศไทย

View through CrossRef
อัลทราสตรักเจอร์ของต่อมแมนติทุเลาในกลุ่มผึ้งงานที่หาอาหารไนประเทศไทย ได้วิจัยด้วยกล้องจุลทัศน์อิเลคตรอนแบบส่องกราด (SEM; JSM 5410 LV) พบต่อมแต่ละล้างรองผึ้ง Apis andreniformis ผึ้ง A. florea และ ผึ้ง A. dorsata มีจำนวน 2 พู ตั้งอยู่ที่ส่วนฐานของกรามแต่ละข้าง สำหรับผึ้ง A. cerana และ ผึ้ง mellifera มีข้างละ 1 พู พบแขนงท่อลมเล็กๆ แทรกอยู่ที่ผิวของต่อมในผึ้งทุกชนิด พบเนื้อเยื่อเกี่ยวพันคลุมตัวต่อม แต่ไม่พบการเชื่อมโยงของใยประสาท ขนาดของต่อมแตกต่างกัน โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางด้านกว้าง 182 1 225, 553, 422 ,515 ไมโครเมตรและขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางด้านยาว เป็น 217, 341, 644, 512 และ 607 ไมโครเมตร ในผึ้ง A. andreniformis ผึ้ง A. florea ผึ้ง A. dorsata ผึ้ง A. cerana และ ผึ้ง A. mellifera ตามลำดับ นอกจากนี้ยังได้ศึกษาในรายละเอียดของต่อมแมนดิบูลาร์ในกลุ่มผึ้งงานที่หาอาหารนี้ด้วยกล้องจุลทัศน์อิเลคตรอนแบบกล้องผ่าน (TEM; JEOL 200SX) พบว่าโครงสร้างโดยทั่วไปคล้ายกันและจัดเป็นต่อมชนิด tubulo alveolar ประกอบด้วยเซลส์สามชนิดคอ เซลส์ชนิดที่ 1 เป็นเซลส์รูปร่างลูกบาศก์นิวเคลียสกลม ใหญ่ ตังอยู่บริเวณส่วนต้นของต่อม เซลส์ชนิดที่ 2 เป็นเซลส์ย้อมติดสีเข้ม อยู่ชิดติดกับเซลส์ชนิดที่ 3 ชิงเซลส์ชนิดที่ 3 เป็นซลส์ที่ย้อมติดสีจาง ตั้งอยู่ล้อมรอบแอ่งบรรจุของเหลวของต่อม ขนาดของเซลส์แต่ละชนิดแตกต่างกัน โดยขนาดใหญ่สุดพบในผึ้ง A. dorsata, A. mellifera, A. cerana, A. florea และ A. andreniformis ตามลำตับ พบเม็ดแกรนูลขนาดใหญ่ในผึ้ง A. mellifera ชัดเจน ในขณะที่ไม่ปรากฎในผึ้ง A. dorsata, , A. cerana, A. florea และ A. andreniformis. จากการวิเคราะห์สาร 2-heptanone ในต่อมแมนดิบูลาร์ ในกลุ่มผึ้งงานที่หาอาหาร โดยเครื่องแก๊สโครมาโทกราฟี (GC-Hewlett 5890 series II) และเครื่องแก๊สโครมาโหกราฟีแมสเสปกโทเมทรี (GC-MS Saturn Varian 4D) พบปริมาณ 0.205, 0.425, 1.322 และ 7.076 ไมโครกริมต่อตัว ในผึ้ง A. andreniformis ผึ้ง A. dorsata ผึ้ง A. cerana และ ผึ้ง A mellifera ตามลำดับ ไม่พบปริมาณ 2-heptanone ในผึ้ง A. florea การวิเคราะห์ชนิดของสารที่เป็นองค์ประกอบหลักของเฟอโรโมนของต่อมแมนดิบูลาร์ในผึ้งกลุ่มดังกล่าว พบสารที่เป็นองค์ประกอบหลักต่อ 1-eicosanol เป็นสารที่มีคุณสมบัติในการดึงดูดชักนำผึ้งตัวอื่น และพบสาร 70% ของสารที่เป็นองค์ประกอบหลัก 10 ชนิดของผึ้งทั้ง 5 species เป็นสารที่ซ้ำกันอยู่ 7 ชนิด แต่มีสัดส่วนของสารแต่ละชนิดแตกต่างกัน ได้แก่สาร 2-butyl-1-octanoL, dibutyl phthalate, eicosane, 1-eicosanol, heneicosanol, 2-hexyl-1-decanol และ nonadecane ส่วนในกลุ่มผึ้งพื้นเมืองทั้ง 4 species พบ 80% ของสารที่เป็นองค์ประกอบหลักเป็นสารที่ซ้ำกันอยู่ 8 ชนิด แต่มีสัดส่วนที่แตกต่างกัน ได้แก่ l-butanol-3-methyl acetate, 2-butyl- 1-octanol, dibutyl phthalate, eicosane, 1-eicosanol, heneicosanol, 2-hexyl-1-decanol และ nonadecan
Office of Academic Resources, Chulalongkorn University
Title: อัลทราสตรักเจอร์และเฟอโรโมนของต่อมแมนดิบูลาร์ในกลุ่มผึ้งงานที่หาอาหารที่พบในประเทศไทย
Description:
อัลทราสตรักเจอร์ของต่อมแมนติทุเลาในกลุ่มผึ้งงานที่หาอาหารไนประเทศไทย ได้วิจัยด้วยกล้องจุลทัศน์อิเลคตรอนแบบส่องกราด (SEM; JSM 5410 LV) พบต่อมแต่ละล้างรองผึ้ง Apis andreniformis ผึ้ง A.
florea และ ผึ้ง A.
dorsata มีจำนวน 2 พู ตั้งอยู่ที่ส่วนฐานของกรามแต่ละข้าง สำหรับผึ้ง A.
cerana และ ผึ้ง mellifera มีข้างละ 1 พู พบแขนงท่อลมเล็กๆ แทรกอยู่ที่ผิวของต่อมในผึ้งทุกชนิด พบเนื้อเยื่อเกี่ยวพันคลุมตัวต่อม แต่ไม่พบการเชื่อมโยงของใยประสาท ขนาดของต่อมแตกต่างกัน โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางด้านกว้าง 182 1 225, 553, 422 ,515 ไมโครเมตรและขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางด้านยาว เป็น 217, 341, 644, 512 และ 607 ไมโครเมตร ในผึ้ง A.
andreniformis ผึ้ง A.
florea ผึ้ง A.
dorsata ผึ้ง A.
cerana และ ผึ้ง A.
mellifera ตามลำดับ นอกจากนี้ยังได้ศึกษาในรายละเอียดของต่อมแมนดิบูลาร์ในกลุ่มผึ้งงานที่หาอาหารนี้ด้วยกล้องจุลทัศน์อิเลคตรอนแบบกล้องผ่าน (TEM; JEOL 200SX) พบว่าโครงสร้างโดยทั่วไปคล้ายกันและจัดเป็นต่อมชนิด tubulo alveolar ประกอบด้วยเซลส์สามชนิดคอ เซลส์ชนิดที่ 1 เป็นเซลส์รูปร่างลูกบาศก์นิวเคลียสกลม ใหญ่ ตังอยู่บริเวณส่วนต้นของต่อม เซลส์ชนิดที่ 2 เป็นเซลส์ย้อมติดสีเข้ม อยู่ชิดติดกับเซลส์ชนิดที่ 3 ชิงเซลส์ชนิดที่ 3 เป็นซลส์ที่ย้อมติดสีจาง ตั้งอยู่ล้อมรอบแอ่งบรรจุของเหลวของต่อม ขนาดของเซลส์แต่ละชนิดแตกต่างกัน โดยขนาดใหญ่สุดพบในผึ้ง A.
dorsata, A.
mellifera, A.
cerana, A.
florea และ A.
andreniformis ตามลำตับ พบเม็ดแกรนูลขนาดใหญ่ในผึ้ง A.
mellifera ชัดเจน ในขณะที่ไม่ปรากฎในผึ้ง A.
dorsata, , A.
cerana, A.
florea และ A.
andreniformis.
จากการวิเคราะห์สาร 2-heptanone ในต่อมแมนดิบูลาร์ ในกลุ่มผึ้งงานที่หาอาหาร โดยเครื่องแก๊สโครมาโทกราฟี (GC-Hewlett 5890 series II) และเครื่องแก๊สโครมาโหกราฟีแมสเสปกโทเมทรี (GC-MS Saturn Varian 4D) พบปริมาณ 0.
205, 0.
425, 1.
322 และ 7.
076 ไมโครกริมต่อตัว ในผึ้ง A.
andreniformis ผึ้ง A.
dorsata ผึ้ง A.
cerana และ ผึ้ง A mellifera ตามลำดับ ไม่พบปริมาณ 2-heptanone ในผึ้ง A.
florea การวิเคราะห์ชนิดของสารที่เป็นองค์ประกอบหลักของเฟอโรโมนของต่อมแมนดิบูลาร์ในผึ้งกลุ่มดังกล่าว พบสารที่เป็นองค์ประกอบหลักต่อ 1-eicosanol เป็นสารที่มีคุณสมบัติในการดึงดูดชักนำผึ้งตัวอื่น และพบสาร 70% ของสารที่เป็นองค์ประกอบหลัก 10 ชนิดของผึ้งทั้ง 5 species เป็นสารที่ซ้ำกันอยู่ 7 ชนิด แต่มีสัดส่วนของสารแต่ละชนิดแตกต่างกัน ได้แก่สาร 2-butyl-1-octanoL, dibutyl phthalate, eicosane, 1-eicosanol, heneicosanol, 2-hexyl-1-decanol และ nonadecane ส่วนในกลุ่มผึ้งพื้นเมืองทั้ง 4 species พบ 80% ของสารที่เป็นองค์ประกอบหลักเป็นสารที่ซ้ำกันอยู่ 8 ชนิด แต่มีสัดส่วนที่แตกต่างกัน ได้แก่ l-butanol-3-methyl acetate, 2-butyl- 1-octanol, dibutyl phthalate, eicosane, 1-eicosanol, heneicosanol, 2-hexyl-1-decanol และ nonadecan.

Back to Top